รีเซต

เปิดสถิติ ‘หลอกขายสินค้า’ รอบสัปดาห์ ทะลุ 177 ล้าน

เปิดสถิติ ‘หลอกขายสินค้า’ รอบสัปดาห์ ทะลุ 177 ล้าน
TNN ช่อง16
27 กรกฎาคม 2569 ( 15:10 )
7

ACSC เผยสถิติ ‘หลอกขายสินค้า’

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 19-25 ก.ค. 69 

มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,716 คดี มูลค่าความเสียหาย 177,279,547 ล้านบาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 12-18 ก.ค. 69 จำนวน 220 คดี แต่กลับพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 22 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดและสร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนคดีอยู่ที่ 4,429 คดี ครองสัดส่วนถึง 77.5% ของคดีทั้งหมด 

มูลค่าความเสียหายสูงกว่า 48 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับภัยคุกคามที่สร้างผลกระทบรุนแรง

ข้อมูลสถิติจังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด และมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด 3 อันดับด้วยกัน ได้แก่

1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 84 คดี มูลค่าความเสียหาย 8,357,782 บาท

2.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 18 คดี มูลค่าความเสียหาย 4,126,365 บาท

3.ขอนแก่น มีการแจ้งความไว้ 16 คดี มูลค่าความเสียหาย 335,035 บาท

ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะใน กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 2 อันดับแรก ได้แก่ 

อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 

อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น ฃ

อันดับ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน พบว่ากลุ่มอายุ 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพสูงสุด

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่าง ๆ จนมีผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมขบวนการสแกมเมอร์ได้ทั้งหมด 2 เคส มีผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย เป็นชาวไทย 2 ราย และชาวต่างชาติ 3 ราย (จีน 1 ราย, เกาหลีใต้ 2 ราย)

ขณะเดียวกันมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 22 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,168,526 บาท

เคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้

เคสที่ 1 : ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิง หลังได้รับแจ้งว่าถูกลักพาตัวและข่มขู่ให้โอนเงินโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง ผู้เสียหายยังไม่พร้อมพูดคุย เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานและสร้างความเข้าใจผ่านทางผู้เป็นสามี อธิบายให้เข้าใจถึงกลโกงของมิจฉาชีพ และให้หยุดโอนเงินทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคดีนี้พบมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท

จากผลการช่วยเหลือผู้เสียหายของศูนย์ ACSC ในห้วงที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้ยังมี นักเรียนและนักศึกษาตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ก่อนจะหลอกให้แอดไลน์ปลอมเพื่อส่งหมายจับหรือเอกสารราชการปลอม และควบคุมทุกการปฏิบััติผ่านวิดีโอคอล เน้นย้ำไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ไม่เช่นนั้น คนใกล้ตัวจะเดือดร้อน และถูกดำเนินคดีไปด้วย

จากนั้นจะบังคับให้เหยื่อออกจากบ้านไปเปิดเช่าห้องโรงแรมอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งบางรายจะถูกสั่งให้อ้างกับผู้ปกครองว่าได้รับทุนเรียนต่อต่างประเทศและขอให้โอนเงินมาให้เป็นค่าดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า ขณะที่บางรายถูกสั่งให้มัดมือมัดเท้า จัดฉากทำทีว่าตัวเองถูกทำร้าย พร้อมให้สคริปต์พูดเพื่อส่งคลิปหรือโทรไปขู่เรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง นำมาซึ่งความสูญเสียทรัพย์สินและความขวัญเสียของครอบครัวเป็นอย่างมาก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ, DSI หรือ ปปง. ฯลฯ จะไม่โทรศัพท์หาเพื่อแจ้งว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ไม่ให้แอดไลน์ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือของหน่วยงาน เพื่อส่งเอกสารราชการ (หมายจับ, หมายเรียก หรือหลักฐานทางการสืบสวน) รวมถึงไม่วิดีโอคอลเพื่อสอบปากคำ หรือควบคุมตัว ที่สำคัญที่สุดจะ ไม่ให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบหรือแสดงความบริสุทธิ์เด็ดขาด

ดังนั้นหากพบเจอในลักษณะดังกล่าว นั่นคือ มิจฉาชีพแน่นอน ขอให้ตั้งสติ วางสายทันที ห้ามคุย ห้ามแอดไลน์ ห้ามโอนเงินทุกกรณี และขอให้รีบแจ้งผู้ปกครองหรือครูอาจารย์ พร้อมโทรแจ้งสายด่วน 1441 ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง