รีเซต

ไทม์ไลน์คดี “ทักษิณ ชินวัตร” จากรัฐประหารสู่พักโทษปี 2569

ไทม์ไลน์คดี “ทักษิณ ชินวัตร” จากรัฐประหารสู่พักโทษปี 2569
TNN ช่อง16
6 พฤษภาคม 2569 ( 17:51 )
15

ไทม์ไลน์คดี “ทักษิณ ชินวัตร” จากวันรัฐประหารสู่วันพักโทษ 11 พฤษภาคม 2569

ตลอดเวลากว่า 25 ปี ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร ผูกพันอยู่กับทั้งอำนาจทางการเมือง ความขัดแย้งบนท้องถนน และกระบวนการยุติธรรมหลายคดี ตั้งแต่คดีซุกหุ้นในปี 2544 การรัฐประหารปี 2549 ช่วงลี้ภัยในต่างประเทศ จนถึงการกลับประเทศไทยในปี 2566 และเข้าสู่กระบวนการจำคุก-พักโทษ ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองและสังคมต่อเนื่อง

จุดเริ่มต้นคดี “ซุกหุ้น” ปี 2544

หลังชนะการเลือกตั้งและขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกในปี 2544 นายทักษิณถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่าจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน โดยโอนถือครองหุ้นผ่านบุคคลใกล้ชิด ทั้งคนขับรถ คนสวน และคนรับใช้

วันที่ 3 สิงหาคม 2544 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 7 เสียง วินิจฉัยให้พ้นผิด โดยระบุว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน ทำให้ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้

คำวินิจฉัยครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่ และถูกพูดถึงต่อเนื่องในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

วิกฤต “ขายชินคอร์ป” และรัฐประหาร 2549

ปลายปี 2548 กระแสต่อต้านรัฐบาลเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ครอบครัวชินวัตรขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท ภายใต้ข้อกฎหมายที่ได้รับยกเว้นภาษี ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความเหมาะสมทางการเมือง

ก่อนที่วันที่ 19 กันยายน 2549 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. นำโดย สนธิ บุญยรัตกลิน จะก่อรัฐประหาร ขณะนายทักษิณอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

หลังรัฐประหาร สู่สารพัดคดีทางการเมือง

หลังการยึดอำนาจ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. เดินหน้าตรวจสอบหลายโครงการในยุครัฐบาลไทยรักไทย

มีคดีสำคัญหลายคดีที่นำไปสู่คำพิพากษาจำคุก รวมโทษ 10 ปี ขณะที่บางคดีศาลยกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

คดีที่ถูกพิพากษาจำคุก เช่น

  • คดีปล่อยกู้ Exim Bank ให้รัฐบาลเมียนมา
  • คดีหวยบนดิน
  • คดีหุ้นชินคอร์ป
  • คดีที่ดินรัชดาภิเษก

อย่างไรก็ตาม คดีที่ดินรัชดาฯ หมดอายุความภายหลังจากจำเลยหลบหนีเกิน 10 ปี

ส่วนคดีที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ คดีบริหารแผนฟื้นฟู TPI และคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร

ช่วงลี้ภัยในต่างประเทศกว่า 15 ปี

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เพื่อสู้คดีในศาล โดยภาพการก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นภาพจำทางการเมืองครั้งสำคัญ

แต่ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ศาลอนุญาตให้เดินทางไปพิธีเปิดโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ก่อนที่นายทักษิณจะไม่เดินทางกลับประเทศไทย และประกาศลี้ภัยทางการเมืองในต่างประเทศ

ตลอดช่วงปี 2552–2566 นายทักษิณยังเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านการโฟนอิน สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง และส่งสัญญาณกลับประเทศหลายครั้ง

กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2566 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Kyodo News ของญี่ปุ่น ว่ากำลังรอจังหวะเหมาะสมเพื่อกลับประเทศไทยภายในปีเดียวกัน

22 สิงหาคม 2566 วันกลับไทยในรอบ 15 ปี

เช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G650 นำ ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย ลงจอดที่สนามบินดอนเมือง ท่ามกลางมวลชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับ

หลังเดินทางถึงไทย นายทักษิณก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ศาลออกหมายจำคุกจาก 3 คดี รวมโทษ 8 ปี ประกอบด้วย

  • คดี Exim Bank
  • คดีหวยบนดิน
  • คดีหุ้นชินคอร์ป

ปม “ชั้น 14” โรงพยาบาลตำรวจ

คืนแรกหลังถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์มีคำสั่งส่งตัวนายทักษิณเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยระบุว่ามีโรคประจำตัวหลายโรค และโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีข้อจำกัดด้านเครื่องมือแพทย์

กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นสังคมทันที เนื่องจากมีการตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขัง และความเหมาะสมของการรักษานอกเรือนจำ

ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 2566 มีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจำคุกจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี

จากนั้นวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายทักษิณได้รับการพักโทษครั้งแรก หลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจประมาณ 6 เดือน

คดีมาตรา 112 และจุดเปลี่ยนครั้งใหม่

ปี 2567 อัยการยื่นฟ้องนายทักษิณในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558

แต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ และไม่สามารถยืนยันได้ว่าถ้อยคำดังกล่าวพาดพิงถึงองค์พระมหากษัตริย์โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ปมสำคัญกลับอยู่ที่กรณี “ชั้น 14”

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปิดไต่สวนการบังคับโทษ ว่าการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ศาลสั่ง “นับโทษใหม่” เข้าเรือนจำคลองเปรม

ก่อนวันฟังคำสั่งเดือนกันยายน 2568 นายทักษิณเดินทางออกนอกประเทศ โดยแจ้งว่าต้องไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ แต่สุดท้ายเดินทางไปนครดูไบแทน ทำให้เกิดกระแสจับตาว่าอาจหลบหนี

อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 กันยายน 2568 เขาเดินทางกลับประเทศไทย

และวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ “เริ่มนับโทษใหม่” โดยวินิจฉัยว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวไม่นับเป็นการรับโทษจำคุก

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวเข้า เรือนจำกลางคลองเปรม ทันที เพื่อเริ่มรับโทษใหม่ในโทษจำคุก 1 ปี

เส้นทางสู่วันพักโทษ 11 พฤษภาคม 2569

หลังถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพักโทษตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560

สำหรับโทษจำคุก 1 ปี ผู้ต้องขังสามารถยื่นพักโทษได้เมื่อรับโทษครบ 2 ใน 3 หรือประมาณ 8 เดือน

ลำดับการพิจารณามีดังนี้

31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการพักโทษระดับเรือนจำ เห็นชอบรายชื่อ

24 เมษายน 2569 คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ ตรวจสอบเอกสาร

29 เมษายน 2569 คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม มีมติอนุมัติพักโทษ

ส่งผลให้วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นวันปล่อยตัวพักโทษอย่างเป็นทางการ

เงื่อนไขหลังพ้นเรือนจำ

แม้ได้รับการปล่อยตัว แต่ ทักษิณ ชินวัตร ยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติอีก 4 เดือน จนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569

เงื่อนไขสำคัญประกอบด้วย

  • ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ EM
  • รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ
  • พำนักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เขตบางพลัด
  • ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษ คดีของทักษิณไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางกฎหมาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ส่งผลต่อทั้งโครงสร้างอำนาจ พรรคการเมือง และความขัดแย้งทางสังคมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง