ไทม์ไลน์คดี “ทักษิณ ชินวัตร” จากรัฐประหารสู่พักโทษปี 2569

ไทม์ไลน์คดี “ทักษิณ ชินวัตร” จากวันรัฐประหารสู่วันพักโทษ 11 พฤษภาคม 2569
ตลอดเวลากว่า 25 ปี ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร ผูกพันอยู่กับทั้งอำนาจทางการเมือง ความขัดแย้งบนท้องถนน และกระบวนการยุติธรรมหลายคดี ตั้งแต่คดีซุกหุ้นในปี 2544 การรัฐประหารปี 2549 ช่วงลี้ภัยในต่างประเทศ จนถึงการกลับประเทศไทยในปี 2566 และเข้าสู่กระบวนการจำคุก-พักโทษ ที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองและสังคมต่อเนื่อง
จุดเริ่มต้นคดี “ซุกหุ้น” ปี 2544
หลังชนะการเลือกตั้งและขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกในปี 2544 นายทักษิณถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่าจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน โดยโอนถือครองหุ้นผ่านบุคคลใกล้ชิด ทั้งคนขับรถ คนสวน และคนรับใช้
วันที่ 3 สิงหาคม 2544 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 7 เสียง วินิจฉัยให้พ้นผิด โดยระบุว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน ทำให้ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้
คำวินิจฉัยครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่ และถูกพูดถึงต่อเนื่องในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
วิกฤต “ขายชินคอร์ป” และรัฐประหาร 2549
ปลายปี 2548 กระแสต่อต้านรัฐบาลเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ครอบครัวชินวัตรขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปให้กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท ภายใต้ข้อกฎหมายที่ได้รับยกเว้นภาษี ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความเหมาะสมทางการเมือง
ก่อนที่วันที่ 19 กันยายน 2549 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. นำโดย สนธิ บุญยรัตกลิน จะก่อรัฐประหาร ขณะนายทักษิณอยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
หลังรัฐประหาร สู่สารพัดคดีทางการเมือง
หลังการยึดอำนาจ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. เดินหน้าตรวจสอบหลายโครงการในยุครัฐบาลไทยรักไทย
มีคดีสำคัญหลายคดีที่นำไปสู่คำพิพากษาจำคุก รวมโทษ 10 ปี ขณะที่บางคดีศาลยกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
คดีที่ถูกพิพากษาจำคุก เช่น
- คดีปล่อยกู้ Exim Bank ให้รัฐบาลเมียนมา
- คดีหวยบนดิน
- คดีหุ้นชินคอร์ป
- คดีที่ดินรัชดาภิเษก
อย่างไรก็ตาม คดีที่ดินรัชดาฯ หมดอายุความภายหลังจากจำเลยหลบหนีเกิน 10 ปี
ส่วนคดีที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ คดีบริหารแผนฟื้นฟู TPI และคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร
ช่วงลี้ภัยในต่างประเทศกว่า 15 ปี
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เพื่อสู้คดีในศาล โดยภาพการก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นภาพจำทางการเมืองครั้งสำคัญ
แต่ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ศาลอนุญาตให้เดินทางไปพิธีเปิดโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ก่อนที่นายทักษิณจะไม่เดินทางกลับประเทศไทย และประกาศลี้ภัยทางการเมืองในต่างประเทศ
ตลอดช่วงปี 2552–2566 นายทักษิณยังเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านการโฟนอิน สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง และส่งสัญญาณกลับประเทศหลายครั้ง
กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2566 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Kyodo News ของญี่ปุ่น ว่ากำลังรอจังหวะเหมาะสมเพื่อกลับประเทศไทยภายในปีเดียวกัน
22 สิงหาคม 2566 วันกลับไทยในรอบ 15 ปี
เช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G650 นำ ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย ลงจอดที่สนามบินดอนเมือง ท่ามกลางมวลชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับ
หลังเดินทางถึงไทย นายทักษิณก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ศาลออกหมายจำคุกจาก 3 คดี รวมโทษ 8 ปี ประกอบด้วย
- คดี Exim Bank
- คดีหวยบนดิน
- คดีหุ้นชินคอร์ป
ปม “ชั้น 14” โรงพยาบาลตำรวจ
คืนแรกหลังถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์มีคำสั่งส่งตัวนายทักษิณเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยระบุว่ามีโรคประจำตัวหลายโรค และโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีข้อจำกัดด้านเครื่องมือแพทย์
กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นสังคมทันที เนื่องจากมีการตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขัง และความเหมาะสมของการรักษานอกเรือนจำ
ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 2566 มีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจำคุกจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี
จากนั้นวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายทักษิณได้รับการพักโทษครั้งแรก หลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจประมาณ 6 เดือน
คดีมาตรา 112 และจุดเปลี่ยนครั้งใหม่
ปี 2567 อัยการยื่นฟ้องนายทักษิณในคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558
แต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ และไม่สามารถยืนยันได้ว่าถ้อยคำดังกล่าวพาดพิงถึงองค์พระมหากษัตริย์โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ปมสำคัญกลับอยู่ที่กรณี “ชั้น 14”
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปิดไต่สวนการบังคับโทษ ว่าการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
ศาลสั่ง “นับโทษใหม่” เข้าเรือนจำคลองเปรม
ก่อนวันฟังคำสั่งเดือนกันยายน 2568 นายทักษิณเดินทางออกนอกประเทศ โดยแจ้งว่าต้องไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ แต่สุดท้ายเดินทางไปนครดูไบแทน ทำให้เกิดกระแสจับตาว่าอาจหลบหนี
อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 กันยายน 2568 เขาเดินทางกลับประเทศไทย
และวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ “เริ่มนับโทษใหม่” โดยวินิจฉัยว่าการรักษาตัวที่ชั้น 14 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวไม่นับเป็นการรับโทษจำคุก
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวเข้า เรือนจำกลางคลองเปรม ทันที เพื่อเริ่มรับโทษใหม่ในโทษจำคุก 1 ปี
เส้นทางสู่วันพักโทษ 11 พฤษภาคม 2569
หลังถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพักโทษตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560
สำหรับโทษจำคุก 1 ปี ผู้ต้องขังสามารถยื่นพักโทษได้เมื่อรับโทษครบ 2 ใน 3 หรือประมาณ 8 เดือน
ลำดับการพิจารณามีดังนี้
31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการพักโทษระดับเรือนจำ เห็นชอบรายชื่อ
24 เมษายน 2569 คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ ตรวจสอบเอกสาร
29 เมษายน 2569 คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม มีมติอนุมัติพักโทษ
ส่งผลให้วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นวันปล่อยตัวพักโทษอย่างเป็นทางการ
เงื่อนไขหลังพ้นเรือนจำ
แม้ได้รับการปล่อยตัว แต่ ทักษิณ ชินวัตร ยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติอีก 4 เดือน จนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569
เงื่อนไขสำคัญประกอบด้วย
- ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ EM
- รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ
- พำนักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เขตบางพลัด
- ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษ คดีของทักษิณไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางกฎหมาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ส่งผลต่อทั้งโครงสร้างอำนาจ พรรคการเมือง และความขัดแย้งทางสังคมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
