รีเซต

ฉากทัศน์ “ทักษิณ” หลังพ้นโทษ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางสมการอำนาจรัฐบาล “อนุทิน”

ฉากทัศน์ “ทักษิณ” หลังพ้นโทษ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางสมการอำนาจรัฐบาล “อนุทิน”
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 10:47 )

วันที่ 9 กันยายน 2569 ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร จะพ้นโทษโดยสมบูรณ์ หลังได้รับการพักโทษตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติมาเป็นเวลา 4 เดือน

การพ้นโทษครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทการเมืองที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบัน อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล และยังถูกจับตาเรื่องทิศทางทางการเมืองในระยะยาว

แม้หลายฝ่ายเชื่อว่าอิทธิพลทางการเมืองของทักษิณยังไม่หายไป แต่คำถามสำคัญหลังวันที่ 9 กันยายน 2569 คือ อดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้จะเลือกเดินเส้นทางใดต่อจากนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 “ผู้วางเกมหลังฉาก” ของพรรคเพื่อไทย

หนึ่งในความเป็นไปได้ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาและวางยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้พรรคเพื่อไทย โดยไม่จำเป็นต้องแสดงบทบาทนำในพื้นที่สาธารณะ

ภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน พรรคเพื่อไทยยังต้องรักษาสมดุลทั้งภายในรัฐบาลและการแข่งขันกับฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการช่วงชิงฐานเสียงกับพรรคประชาชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่

ประสบการณ์ทางการเมืองของทักษิณจึงอาจถูกใช้ในฐานะ “มันสมองทางยุทธศาสตร์” เพื่อประคองฐานเสียงและกำหนดทิศทางระยะยาวของพรรค

ฉากทัศน์ที่ 2 ฟื้นพลังมวลชนเสื้อแดง

อีกด้านหนึ่ง มวลชนคนเสื้อแดงยังคงถือเป็นฐานสำคัญที่มีความผูกพันกับทักษิณมายาวนาน

ภาพการต้อนรับหน้าเรือนจำในวันพักโทษ สะท้อนให้เห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ยังคงมีอิทธิพลทางสัญลักษณ์ต่อผู้สนับสนุนจำนวนมาก

หลังพ้นโทษสมบูรณ์ บ้านจันทร์ส่องหล้าอาจกลับมาเป็นศูนย์กลางการพบปะของแกนนำพรรค นักการเมือง และเครือข่ายมวลชน เพื่อเตรียมความพร้อมทางการเมืองในอนาคต

ฉากทัศน์ที่ 3 ข้อจำกัดทางกฎหมายยังเป็นแรงกดดัน

แม้จะพ้นโทษ แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่คดีและแรงกดดันทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ทักษิณมีแนวโน้มเลือกใช้บทบาท “สงบแต่ทรงอิทธิพล” มากกว่าการเคลื่อนไหวเชิงเผชิญหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรอบใหม่และลดแรงปะทะทางการเมือง

ฉากทัศน์ที่ 4 “วางมือทางการเมือง” ใช้ชีวิตกับครอบครัว

อีกหนึ่งฉากทัศน์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น คือการตัดสินใจ “วางมือทางการเมืองโดยสมบูรณ์” หลังเผชิญเส้นทางการเมืองและคดีความมายาวนานกว่า 20 ปี

ด้วยวัย 77 ปี ประกอบกับช่วงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตทั้งในต่างประเทศและในกระบวนการยุติธรรม อาจทำให้ทักษิณเลือกกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว โดยเฉพาะการใช้เวลาอยู่กับลูกหลานที่บ้านจันทร์ส่องหล้า

หลายฝ่ายมองว่า หลังผ่านทั้งจุดสูงสุดและวิกฤตทางการเมืองมาเกือบทั้งชีวิต การได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างสงบ อาจเป็นเป้าหมายสำคัญมากกว่าการกลับเข้าสู่สมรภูมิการเมืองเต็มรูปแบบอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยสามารถขับเคลื่อนต่อได้ด้วยแกนนำรุ่นใหม่ ทักษิณอาจลดบทบาทตัวเองลงเหลือเพียงผู้ให้คำปรึกษาเป็นครั้งคราว โดยไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางการเมืองโดยตรง

การเมืองไทยหลัง 9 กันยายน 2569

การพ้นโทษของทักษิณอาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน แต่เป็นการเปิดเฟสใหม่ของสมการอำนาจทางการเมืองไทย ภายใต้รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล

สิ่งที่ต้องติดตาม คือทักษิณจะเลือกเส้นทางใด ระหว่างการเป็นผู้มีอิทธิพลหลังฉาก การฟื้นพลังมวลชน หรือการวางมือทางการเมืองเพื่อใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างเต็มตัว

ไม่ว่าฉากทัศน์ใดจะเกิดขึ้น ชื่อของทักษิณยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการเมืองไทยปี 2569 ที่ทุกฝ่ายยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง