ธนาคารกลางลุยทองหนัก ฟิวเจอร์สคึกชู 5.6 พันดอลล์

#ทอง #ทันหุ้น – ทองคำกลับมาคึกคัก TFEX ดัน Mini Gold Online Futures เข้าเทรดอ้างอิงทองคำ 1 ออนซ์ กดต้นทุนเทรดลดลง วางหลักประกันแค่ 1.5 หมื่นบาท ด้าน “ฐิภา” แม่ทัพ YLG ชี้พื้นฐานทองดีมีอนาคต ยกธนาคารกลางแห่เก็บสูงกว่าเงินดอลล์ปีแรก มองรับทอง 4,500 ดอลลาร์ เป้า 5,600 ดอลลาร์ ด้าน GCAP GOLD วางกลยุทธ์แนะจับตาเฟด-สงคราม-ธนาคารกลาง
นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX กล่าวว่า บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ได้ออกสินค้าใหม่ Mini Gold Online Futures เพื่อนักลงทุนสามารถเข้ามาซื้อขายทองคำได้ง่ายขึ้นจาก ขนาดสัญญาให้เล็กลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า จากเดิมที่สัญญามีขนาดเทียบเท่าทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 ออนซ์ สัญญาใหม่นั้นจะมีขนาดเพียง 1 ออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ซึ่งการย่อขนาดสัญญาลงมาเหลือ 1 ใน 10 ของสัญญาเดิม จะช่วยให้การวางเงินหลักประกันลดลงมาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
การซื้อขายทองคำฟิวเจอร์ส จะช่วยลดความผันผวนของค่าเงินบาทได้ เพราะ Gold Futures และ Gold Online Futures ซื้อขายเป็นดอลลาร์ แต่การชำระราคาส่วนต่างเท่านั้นเป็นเงินบาท ซึ่งลดภาระของผู้ประกอบการในบริหารความเสี่ยง (เฮดจิ้ง)ในการการซื้อทอง หรือขายทอง ก็จะลดผลกระทบเงินบาทได้ดี และทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น เพราะใช้เงินลงทุนน้อย รวมถึงศึกษาลดขนาดสัญญาซื้อขายของสินค้าตัวอื่นๆ เช่นกัน โดยในปีนี้คาดว่าจะเห็นโปรดักต์ใหม่คือ Crypto Futures โดยได้ใช้เวลาศึกษามาพอสมควรแล้ว จากการออกโปรดักต์ใหม่ๆ เชื่อว่าจะทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาด TFEX เพิ่มขึ้น 10-20% จากปี 2568 ที่มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 416,352 สัญญาต่อวัน โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 จำนวนบัญชี TFEX อยู่ที่ 414,384 บัญชี
@ ธนาคารกลางแห่ตุนทองมากกว่าดอลล์
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานบริหารกลุ่มบริษัท วายแอลจี กรุ๊ป จำกัด (YLG GROUP) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า แนวโน้มราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของธนาคารกลางทั่วโลก โดยปีนี้เป็นปีแรกที่จำนวนทองคำสำรอง (Gold Reserves) ของธนาคารกลางทั่วโลกมีสัดส่วนมากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลายประเทศเริ่มลดการถือครองดอลลาร์และเปลี่ยนมาซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำทองคำกลับไปเก็บรักษาภายในประเทศของตน เนื่องจากมองว่าทองคำคือ "Strategic Asset" หรือสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนจากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทองคำยังคงสถานะ Safe Haven ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ
สำหรับแนวโน้มราคาในระยะสั้นถึงกลาง YLG ประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปได้ แต่ไม่ควรหลุด 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีเป้าหมายที่ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากทะลุผ่านไปได้อีกอาจเห็นราคาไปทดสอบที่ระดับ 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นางสาวฐิภา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันนักลงทุนยังมีการลงทุนทองผ่านแพลตฟอร์มโดยการจ่ายเงินจำนวนเต็มเพื่อรับทองคำอยู่พอสมควรซึ่งข้อดีของการออมทองซื้อขั้นต่ำ 100 บาท และได้ทองจริงๆ อย่างไรก็ตามจากการที่ตลาดฟิวเจอร์ส ด้วยการออก Mini Gold Online Futures ที่ลดขนาดสัญญาลงเหลือเพียง 1/10 ของ Gold Online Futures ทำให้วางเงินลดลง เช่นลงทุนในมูลค่าสัญญา 150,000 บาท โดยวางหลักประกัน 15,000 บาท เป็นต้น เชื่อว่าจะทำให้ตลาดทองฟิวเจอร์สคึกคักมากขึ้น แต่การลงทุนในฟิวเจอร์สเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้และศึกษาข้อมูลมาอย่างดี โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการขับรถที่ผู้ขับต้องมีความเข้าใจก่อนจะขึ้นขับจริง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเงินก้อนเดิมให้สร้างกำไรได้มากขึ้น
@ ปัจจัยต้องจับตา
ด้านนางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มราคาทองคำในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงของการพักฐาน โดยมีจุดที่น่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อสะสมดังนี้ แนวรับสำคัญ หากราคาไม่หลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ ถือเป็นจุดสะสมที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะกลาง แต่หากราคาย่อตัวลงมาถึงระดับ 4,000 ดอลลาร์ จะเป็นจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการเก็บทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง
สำหรับแนวต้านและจุดขายทำกำไรในระยะสั้น หากราคาดีดตัวขึ้นแต่ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ ได้ แนะนำให้เป็นจุดขายทำกำไรออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถยืนฐานที่ 5,000 ดอลลาร์ ได้มั่นคง มีโอกาสที่ราคาจะชูตตัวขึ้นต่อเพื่อสร้างฐานใหม่
“ทองคำช่วงนี้ถ้าให้มองระยะสั้นๆ ก็อยู่ในช่วงของการพักตัว แต่การพักตัวถ้าเกิดยังไม่หลุดแถวๆ บริเวณ 4,400 ดอลลาร์ มองเป็นจุดเข้าเก็บได้ สำหรับระยะกลาง ถ้าเกิดมีจังหวะในการรีบาวด์แล้วยืน 5,000 ดอลลาร์ได้ อาจจะเป็นจังหวะในการ เริ่มตั้งฐานแล้วก็ชู้ตขึ้นด้านบนได้” นางสาวอารีรัตน์ กล่าว
เป้าหมายราคาและทองคำแท่งในประเทศ ในส่วนของราคาทองคำไทยนั้น ได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่ค่อนข้างช่วยพยุงราคาไว้ โดยคาดการณ์ว่าหากราคาสามารถยืนฐานได้มั่นคง เป้าหมายต่อไปอาจอยู่ที่ประมาณ 78,000 บาท และหากผ่านจุดนี้ไปได้มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ ดังนั้นทองไทยราคาในช่วง 70,000 ต้นๆ หรือหากหลุด 70,000 ลงมา ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม คือ นโยบายธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การเข้ามารับตำแหน่งของประธานเฟดคนใหม่และนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์สงคราม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ หากสถานการณ์ผ่อนคลายลงและเงินเฟ้อลดลง จะกดดันให้ดอกเบี้ยลดลงตาม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุง และหนุนราคาทองคำรวมถึงความต้องการจากธนาคารกลาง ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีดีมานด์ในการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงพยุงสำคัญในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
