PRI รายได้ 2 พันล. ยกเทรนด์มาแรง ท็อปบริการอสังหา

#PRI #ทันหุ้น – PRI กางหมากครึ่งปีหลัง 69 รับเมกะเทรนด์อสังหา ยุคใหม่ ชู 4 เทรนด์แรง เดินหน้าปั้น PRIMO Plus Ecosystem สร้างรายได้ประจำ ดันสัดส่วนลูกค้านอกเครือพุ่งแตะ 56% ปักธงรายได้ปีนี้แตะ 2,000 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทผู้นำบริการอสังหา
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงที่อยู่อาศัย แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ประสบการณ์การอยู่อาศัย และมาตรฐานการบริการที่ครอบคลุมทุกมิติมากขึ้น ตั้งแต่การบริหารจัดการอาคารและชุมชน การดูแลทรัพย์สิน การบริการหลังการขาย งานออกแบบและตกแต่งภายใน ตลอดจนบริการเสริมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
@โชว์ 4 เทรนด์ใหม่
สำหรับ 4 เทรนด์สำคัญที่ PRI มองว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่
· การเติบโตของบริการหลังการขายและการบริหารจัดการชุมชน ผู้พัฒนาโครงการให้ความสำคัญกับการดูแลลูกบ้านหลังการโอนกรรมสิทธิ์มากขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจ รักษามูลค่าโครงการ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
· ความต้องการบริการ Interior และ Turnkey Solutions เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคต้องการความสะดวกและพร้อมเข้าอยู่อาศัยทันที ส่งผลให้บริการออกแบบ ตกแต่ง และส่งมอบที่อยู่อาศัยแบบครบวงจรได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
· เทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ การนำระบบดิจิทัลและ AI มาใช้ในการสื่อสาร การแจ้งซ่อม การบริหารข้อมูล และการให้บริการลูกบ้าน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
· แนวโน้ม Sustainable Living เติบโตต่อเนื่อง ทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อม การคัดแยกขยะ และการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในโครงการมากขึ้น
ทั้งนี้ PRI เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของรายได้ประจำและการเติบโตระยะยาว
@เป้ารายได้ 2 พันล.
“PRI มุ่งสู่เป้าหมายรายได้ 2,000 ล้านบาท ผ่านการขยายฐานลูกค้านอกเครือ การรุกตลาดศักยภาพสูงอย่างภูเก็ตและพัทยา การต่อยอด PRIMO Plus Ecosystem และการนำ AI มายกระดับบริการ โดยแบ่งเป็นธุรกิจบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร 77 โครงการ ครอบคลุมกว่า 40,000 ครอบครัว, ธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 62 โครงการ และธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มอื่นๆ ที่ช่วยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของลูกค้า ขณะเดียวกัน บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้านอกเครืออย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากสัดส่วนรายได้ที่มาจากลูกค้านอกกลุ่ม (Non-RPT) ที่เพิ่มขึ้นจาก 48% ในปี 2567 เป็น 56% ในปี 2568 ขณะที่สัดส่วนรายได้จากบริษัทในเครือ (RPT) ลดลงจาก 52% เหลือ 44%” นางสุพินท์ กล่าวเพิ่มเติม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
