นาซานำจรวดอาร์เทมิส 2 ขนาดมหึมาไปยังแท่นปล่อยจรวด ก่อนภารกิจมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ประสบความสำเร็จในการเคลื่อนย้ายจรวดขนาดยักษ์ อาร์เทมิส 2 (Artemis 2) หรือจรวด SLS ไปยังแท่นปล่อยจรวดอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการอาร์เทมิส (Artemis Program) ที่มุ่งพามนุษย์กลับไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่าครึ่งศตวรรษ
การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ใช้ยานขนส่งขนาดใหญ่พิเศษ Crawler-Transporter 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในยานลำเลียงที่ทรงพลังที่สุดในโลก ทำหน้าที่ขนส่งจรวด Space Launch System หรือ เอสแอลเอส (SLS) พร้อมยานอวกาศ โอไรออน (Orion) จากอาคารประกอบยานอวกาศ (Vehicle Assembly Building หรือ VAB) ภายในศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ไปยังแท่นปล่อยจรวดหมายเลข 39B
สำหรับเส้นทางการเดินทางมีระยะทางประมาณ 6.4 กิโลเมตร นาซาเริ่มต้นการเคลื่อนย้ายในเวลา 07.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และใช้เวลาทั้งหมดราว 8–10 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างขนาดมหึมานี้
สำหรับเส้นทางการเดินทางมีระยะทางประมาณ 6.4 กิโลเมตร นาซาเริ่มต้นการเคลื่อนย้ายในเวลา 07.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และใช้เวลาทั้งหมดราว 8–10 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างขนาดมหึมานี้ ั้นตอนต้องดำเนินไปอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อระบบจรวดและยานอวกาศ
ภารกิจอาร์เทมิส 2 ถือเป็นภารกิจที่มีมนุษย์ควบคุม (Crewed Mission) ครั้งแรกของโครงการอาร์เทมิส โดยจะส่งนักบินอวกาศของนาซา 3 คน ได้แก่ รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman), วิคเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover) และคริสตินา โคช (Christina Koch) พร้อมด้วยนักบินอวกาศจากองค์การอวกาศแคนาดา เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) ออกเดินทางโคจรรอบดวงจันทร์และกลับสู่โลก ภารกิจทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน และจะเป็นการส่งมนุษย์ไปยังห้วงอวกาศลึกใกล้ดวงจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 (Apollo 17) ในปี 1972
หลังจากจรวดอาร์เทมิส 2 ถูกนำไปตั้งที่แท่นปล่อยจรวดแล้ว นาซาจะดำเนินการตรวจสอบระบบอย่างละเอียดหลายขั้นตอน ทั้งตัวจรวด SLS และยานโอไรออน หนึ่งในการทดสอบที่สำคัญที่สุดคือการซ้อมปล่อยจรวดแบบเปียก (Wet Dress Rehearsal) ซึ่งเป็นการบรรจุเชื้อเพลิงไครโอเจนิก เช่น ไฮโดรเจนเหลวและออกซิเจนเหลว เข้าไปในจรวด พร้อมจำลองขั้นตอนการนับถอยหลังเสมือนจริงก่อนการปล่อยจรวด
การทดสอบดังกล่าวมีกำหนดเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยผลลัพธ์จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดกรอบเวลาการปล่อยจรวดจริง อย่างไรก็ตาม นาซาย้ำว่าไม่มีหลักประกันว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากภารกิจอวกาศขนาดใหญ่มักเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคที่คาดไม่ถึง
ก่อนหน้านี้มีตัวอย่างจากภารกิจอาร์เทมิส 1 (Artemis 1) ซึ่งเป็นภารกิจไร้มนุษย์ควบคุม พบว่าการทดสอบจำลองก่อนปล่อยจรวดเคยเผยให้เห็นปัญหาการรั่วไหลของไฮโดรเจนเหลว ทำให้นาซาต้องนำจรวดกลับเข้าไปยังอาคารประกอบยานอวกาศหลายครั้งเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ส่งผลให้กำหนดการปล่อยล่าช้าออกไปอย่างมีนัยสำคัญ
แม้จะเผชิญอุปสรรคดังกล่าว ภารกิจอาร์เทมิส 1 ก็ประสบความสำเร็จในการส่งยานโอไรออนไร้คนขับเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์และเดินทางกลับสู่โลก โดยเริ่มภารกิจเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2022 และสิ้นสุดลงด้วยการลงจอดอย่างปลอดภัยในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ปีเดียวกัน ซึ่งช่วยยืนยันความพร้อมของระบบหลักสำหรับภารกิจที่มีมนุษย์ในอนาคต
จนถึงตอนนี้นาซายังไม่ได้ประกาศวันเป้าหมายอย่างเป็นทางการสำหรับการปล่อยจรวดอาร์เทมิส 2 และจะยังไม่กำหนดวันดังกล่าวจนกว่าการทดสอบระบบส่งกำลังและการตรวจสอบที่สำคัญทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม นาซาได้ระบุช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้สำหรับการปล่อยจรวดไว้ล่วงหน้า 3 ช่วง ได้แก่ วันที่ 6, 7, 8, 10 และ 11 กุมภาพันธ์ ช่วงวันที่ 6, 7, 8, 9 และ 11 มีนาคม และช่วงวันที่ 1, 3, 4, 5 และ 6 เมษายน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลการทดสอบและความพร้อมของระบบในขั้นสุดท้าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
