สวีเดนส่ง Gripen ติด Meteor ให้ยูเครน ท้าชนอากาศยานรัสเซีย

วันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ The War Zone รายงานความคืบหน้ายูเครนกำลังเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมขีดความสามารถทางอากาศ หลังรัฐบาลสวีเดนประกาศแผนส่งมอบเครื่องบินขับไล่ กริพเพน ซี/ดี (Gripen C/D) ให้แก่ยูเครนจำนวนสูงสุด 16 ลำ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 2027 พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะไกล เมทิเออร์ (Meteor) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก
รายงานจาก The War Zone ระบุว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี อูล์ฟ คริสเตอร์สัน (Ulf Kristersson) ของสวีเดน และประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครน ที่เมืองอุปซอลา ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเครื่องบินที่เตรียมส่งมอบจะเป็นเครื่องบินมือสองจากกองทัพอากาศสวีเดน เพื่อให้สามารถนำเข้าประจำการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน โครงการฝึกนักบินและช่างเทคนิคชาวยูเครนสำหรับการปฏิบัติการบนเครื่อง Gripen ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมีกำหนดขยายการฝึกเพิ่มเติมในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการรับมอบเครื่องบินจริง
ในระยะยาว ยูเครนยังมีเป้าหมายจัดหา กริพเพน อี/เอฟ (Gripen E/F) รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 20 ลำเป็นชุดแรก โดย พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวอาจใช้เงินกู้จากสหภาพยุโรปมูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 106,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ายูเครนต้องการสร้างกำลังรบทางอากาศด้วยเครื่องบิน Gripen ในระยะยาวถึง 100-150 ลำ และคาดว่าจะสามารถเริ่มรับมอบ Gripen E ได้ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม บริษัท ซาบ (Saab) ผู้ผลิตเครื่องบินยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามสัญญาจัดซื้ออย่างเป็นทางการ และยังอยู่ในขั้นตอนการแสดงเจตจำนงเท่านั้น
Meteor อาวุธสำคัญที่อาจเปลี่ยนสมดุลการรบทางอากาศ
สิ่งที่ได้รับความสนใจมากกว่าตัวเครื่องบินคือความเป็นไปได้ที่ Gripen ของยูเครนจะได้รับการติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะเกินสายตา หรือ BVR (Beyond Visual Range) รุ่น Meteor รวมถึงขีปนาวุธ IRIS-T และ AIM-120 AMRAAM
Meteor เป็นขีปนาวุธที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบแรมเจ็ต (Ramjet) ทำให้สามารถรักษาความเร็วสูงได้ตลอดเส้นทางบิน มีระยะยิงไกลประมาณ 130 ไมล์ หรือกว่า 200 กิโลเมตร พร้อมระบบเรดาร์ค้นหาเป้าหมายแบบแอ็กทีฟและดาต้าลิงก์สองทางที่ช่วยอัปเดตข้อมูลเป้าหมายระหว่างการบิน
ตลอดช่วงสงครามที่ผ่านมา กองทัพอากาศรัสเซียอาศัยความได้เปรียบจากขีปนาวุธ R-37M ซึ่งมีระยะยิงประมาณ 124 ไมล์ โดยติดตั้งบนเครื่องบินรบ ซู-35เอส (Su-35S) และ มิก-31บีเอ็ม (MiG-31BM) ทำให้สามารถโจมตีจากระยะที่ไกลกว่าอาวุธของฝ่ายยูเครน
แม้แต่ AIM-120C-8 AMRAAM ซึ่งถือเป็นขีปนาวุธอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยที่สุดของยูเครนในปัจจุบันและใช้งานบนเครื่องบิน เอฟ-16 (F-16) ก็ยังมีระยะยิงเพียงประมาณ 75-100 ไมล์เท่านั้น
การได้รับ Meteor จึงอาจช่วยลดหรือทำลายความได้เปรียบดังกล่าวของรัสเซีย เปิดโอกาสให้ยูเครนสามารถคุกคามเครื่องบินรบรัสเซียได้จากระยะไกล รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นเครื่องบินที่ทำหน้าที่ทิ้งระเบิดร่อน (Glide Bomb) ซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในแนวหน้า
Gripen เหมาะกับสงครามแบบยูเครน
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Gripen คือ การออกแบบตามแนวคิดการป้องกันประเทศของสวีเดนในยุคสงครามเย็น ซึ่งมุ่งรับมือการรุกรานจากสหภาพโซเวียต
เครื่องบินรุ่นนี้สามารถขึ้นบินและลงจอดบนทางหลวงหรือสนามบินชั่วคราวได้ ใช้ทีมช่างภาคพื้นดินจำนวนน้อย และสามารถเติมเชื้อเพลิง ติดตั้งอาวุธ รวมถึงเตรียมพร้อมขึ้นบินใหม่ได้อย่างรวดเร็ว คุณสมบัติดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธวิธีการรบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Warfare) ของยูเครน ซึ่งต้องเผชิญการโจมตีสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
ศักยภาพของ Gripen จะเพิ่มขึ้นอีกระดับเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ ซาบ 340 เออีดับเบิลยูแอนด์ซี (Saab 340 AEW&C) ที่ติดตั้งเรดาร์ อีรีอาย (Erieye) ซึ่งสวีเดนเคยประกาศมอบให้ยูเครนก่อนหน้านี้
ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับและติดตามเป้าหมายทางอากาศได้ในระยะไกล ก่อนส่งข้อมูลผ่านระบบดาต้าลิงก์ไปยังเครื่องบิน Gripen และขีปนาวุธ Meteor ระหว่างการบิน ทำให้นักบินสามารถยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเรดาร์ของตนเอง แนวทางการรบลักษณะนี้ช่วยลดโอกาสถูกตรวจจับ เพิ่มความอยู่รอดของนักบิน และทำให้การโจมตีเป้าหมายทางอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การส่งมอบ Gripen พร้อมขีปนาวุธ Meteor จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในความช่วยเหลือทางทหารที่สำคัญที่สุดของยูเครนในช่วงหลายปีข้างหน้า ไม่เพียงเพิ่มจำนวนเครื่องบินรบเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการต่อสู้ทางอากาศ และอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจเหนือท้องฟ้าในสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
