โซนี่ (Sony) เปิดตัวหูฟังระดับเรือธงรุ่นพิเศษ "1000X The Collexion" ฉลองครบรอบ 10 ปี

โซนี่ (Sony) เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ของซีรีส์หูฟัง 1000X ด้วยการเปิดตัวหูฟังครอบหู (Over-ear) ระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ "1000X The Collexion" โดยเป็นการนำจุดเด่นของซีรีส์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมามาต่อยอด ทั้งในด้านการออกแบบ วัสดุสุดหรูหรา และเทคโนโลยีเสียงขั้นสูง
ดีไซน์ วัสดุ และความสะดวกสบาย
รุ่นพิเศษนี้ชูจุดเด่นเรื่องความหรูหราจากการใช้วัสดุ หนังวีแกนแบบมีเทกเจอร์ที่โซนี่ใช้เวลาพัฒนาถึง 2 ปี หุ้มอยู่บริเวณด้านนอกของเอียร์คัพ ฟองน้ำรองหู และก้านคาดศีรษะ ตัดกับชิ้นส่วนสแตนเลสสตีลที่ผ่านการพ่นทรายแบบด้านและขัดเงาด้วยมือ หูฟังรุ่นนี้มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Platinum และ Black
ในส่วนของโครงสร้าง เอียร์คัพถูกออกแบบให้บางลงกว่ารุ่น WH-1000XM6 เล็กน้อย แต่มีพื้นที่ด้านในมากขึ้นสำหรับใบหู และก้านคาดศีรษะมีความกว้างขึ้นเพื่อรองรับผู้ที่มีศีรษะใหญ่ให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้วัสดุโลหะทำให้ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 320 กรัม หากเทียบกับ 253 กรัมในรุ่น XM6 หูฟังรุ่นนี้ใช้ระบบบานพับเดี่ยวทำให้พับเก็บได้แบบแบนราบเท่านั้น ไม่สามารถพับทบให้เล็กลงเหมือนรุ่นก่อนหน้าได้
นอกจากนี้ยังมาพร้อมเคสพกพาดีไซน์ใหม่ทรงคล้ายกระเป๋าที่มีหูหิ้ว และใช้ระบบเปิด-ปิดแบบแม่เหล็ก
เทคโนโลยีเสียงและการเชื่อมต่อ
ด้านระบบเสียง โซนี่ได้ใส่ ไดรเวอร์คาร์บอนทิศทางเดียว (Unidirectional carbon drivers) แบบใหม่ร่วมกับชิปประมวลผล V3 ซึ่งให้เสียงที่กว้างขึ้น และแยกแยะรายละเอียดระหว่างเสียงร้องและเครื่องดนตรีได้ชัดเจน
หูฟังรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่นำเทคโนโลยี DSEE Ultimate เข้ามาใช้ ซึ่งใช้ Edge-AI ในการอัปสเกลไฟล์เพลงดิจิทัลแบบเรียลไทม์เพื่อชดเชยรายละเอียดเสียงที่หายไป
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมดอัปมิกซ์เสียง 360 Reality Audio Upmix ใหม่ 3 โหมด ได้แก่ Music, Cinema และ Game ที่ช่วยจำลองมิติเสียงแบบ 3D จากแหล่งกำเนิดเสียงแบบสเตอริโอได้
และอัปเกรดการเชื่อมต่อเป็น Bluetooth 6.0
ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และแบตเตอรี่
1000X The Collexion ใช้เทคโนโลยี Multi-Noise Sensor พร้อมไมโครโฟน 12 ตัว และ Adaptive NC Optimizer ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนชั้นยอดแบบเดียวกับในรุ่น XM6
แต่มีสื่อและนักรีวิวหลายรายตั้งข้อสังเกตว่า ระบบตัดเสียงรบกวนอาจทำงานได้ดรอปลงกว่ารุ่นเก่าเล็กน้อย เนื่องจากฟองน้ำรองหูแบบใหม่ไม่สามารถซีลหรือปิดผนึกแนบสนิทไปกับหูได้เท่ารุ่นเดิม
ส่วนของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมง ซึ่งลดลงจาก 30 ชั่วโมงในรุ่น XM6
ความยั่งยืนและการเข้าถึง ตัวผลิตภัณฑ์ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลประมาณ 25% และใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก
อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ (Inclusive design) ด้วยปุ่มสัมผัสที่ชัดเจน สัญลักษณ์ L/R ที่อ่านง่าย และเคสแม่เหล็กที่เปิดง่าย เพื่อให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาหรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวมือสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น
สีใหม่สำหรับรุ่น WH-1000XM6 นอกจากการเปิดตัวรุ่นพิเศษแล้ว โซนี่ยังได้เปิดตัวหูฟัง WH-1000XM6 สีใหม่ล่าสุด "Sandstone" ซึ่งเป็นโทนสีธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เพิ่มเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค
ราคาและการวางจำหน่าย
1000X The Collexion เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2026 ในราคา 649.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21,200 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่ารุ่น WH-1000XM6 ในตลาดปัจจุบันถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6,500 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ของ Sony, Amazon และ Best Buy
WH-1000XM6 สี Sandstone เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2026 เช่นกัน ในราคา 459.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
