รีเซต

"ไวรัสอีสุกอีใส" ตัวการก่อโรคทางสมอง งานวิจัยยืนยันเชื้อฝั่งตัวในร่างกายคนไปตลอดชีวิต

"ไวรัสอีสุกอีใส" ตัวการก่อโรคทางสมอง งานวิจัยยืนยันเชื้อฝั่งตัวในร่างกายคนไปตลอดชีวิต
TNN ช่อง16
6 มีนาคม 2569 ( 12:16 )
14

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เกี่ยวกับไวรัสอีสุกอีใส ส่งผลต่อสมอง ระบุว่า


ไวรัสอีสุกอีใส กับสมอง ความเชื่อมโยงที่เราอาจมองข้าม

เมื่อพูดถึงโรคอีสุกอีใสหรืองูสวัด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงโรคผิวหนังที่หายเองได้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคทั้งสองนี้ซึ่งมีชื่อว่า Varicella Zoster Virus หรือ VZV อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงในสมองอย่างโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อมด้วย บทความนี้จากวารสาร Nature Reviews Microbiology ได้รวบรวมและวิเคราะห์องค์ความรู้เพื่อตอบคำถามว่า VZV เกี่ยวข้องกับสมองอย่างไร ตั้งแต่ชีววิทยาของไวรัส หลักฐานทางระบาดวิทยา ไปจนถึงบทบาทของวัคซีน


เพื่อให้เข้าใจว่าทำไม VZV จึงอาจส่งผลต่อสมองได้ จำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้ก่อน VZV เป็นไวรัสที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้มันแตกต่างจากไวรัสทั่วไป นั่นคือความสามารถในการ "ซ่อนตัว" อยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต  เมื่อเด็กติดเชื้อ VZV เป็นครั้งแรกและเป็นโรคอีสุกอีใส ไวรัสจะไม่ได้หายไปจากร่างกายอย่างสมบูรณ์หลังจากอาการหาย แต่จะเดินทางย้อนกลับตามเส้นประสาทเข้าไปฝังตัวอยู่ในปมประสาทรับความรู้สึก โดยเฉพาะที่เรียกว่า Dorsal Root Ganglia และ Trigeminal Ganglia ซึ่งอยู่ในบริเวณรากประสาทไขสันหลังและบริเวณใบหน้า 


โดยไวรัสจะอยู่ในสภาวะสงบ ไม่แบ่งตัว ไม่ก่อโรค แต่ก็ไม่ได้ถูกกำจัดออกไปด้วย  เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอ่อนแอลงตามวัย หรือเมื่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจากสาเหตุต่าง ๆ ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่อาจ "ตื่นขึ้น" และเดินทางออกมาตามเส้นประสาทสู่ผิวหนัง ก่อให้เกิดโรคงูสวัดซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นตุ่มน้ำเจ็บปวดตามแนวเส้นประสาทด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย โดยประมาณหนึ่งในสามของผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสจะเป็นงูสวัดในช่วงชีวิตของตัวเอง

ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นหัวใจสำคัญของบทความนี้คือ เส้นประสาทที่ไวรัสอาศัยอยู่นั้นไม่ได้มีปลายทางเพียงแค่ผิวหนัง แต่ยังมีส่วนที่เชื่อมต่อเข้าสู่ไขสันหลังและสมองด้วย โดยเฉพาะ Trigeminal Ganglia ซึ่งเป็นปมประสาทที่ควบคุมความรู้สึกบริเวณใบหน้า ยังมีเส้นใยประสาทที่ไปยังหลอดเลือดขนาดใหญ่ในสมองด้วย ดังนั้น เมื่อไวรัสกระจายตัวภายในปมประสาทเหล่านี้ มันอาจเดินทางต่อเข้าสู่หลอดเลือดในสมองได้  นอกจากนี้ นักวิจัยยังตั้งสมมติฐานว่าการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้องูสวัดอาจส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย ทำให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวง่ายขึ้นและผนังหลอดเลือดทำงานผิดปกติ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แต่ผู้เขียนบทความนี้ย้ำว่าหลักฐานโดยตรงที่แสดงว่าไวรัสเข้าไปอยู่ในเนื้อสมองจริงนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด และกลไกที่แน่ชัดยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการวิชาการ


อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือ วัคซีนป้องกันงูสวัด โดยเฉพาะวัคซีนชนิดใหม่ที่เรียกว่า Recombinant Zoster Vaccine หรือ RZV ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันงูสวัด อาจมีผลพลอยได้ในการลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อมด้วย  การศึกษาหลายชิ้นรายงานว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัดมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขที่รายงานนั้นน่าสนใจมาก เช่น ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้ถึง 10–35% แต่ผู้เขียนก็ได้เตือนให้ระวังในการตีความผลลัพธ์เหล่านี้อย่างมาก เพราะการศึกษาส่วนใหญ่มีข้อจำกัดสำคัญที่เรียกว่า "Healthy Vaccinee Bias" 

กล่าวคือ คนที่ไปรับวัคซีนมักเป็นคนที่ใส่ใจสุขภาพ มีฐานะดีกว่า และมีสุขภาพดีกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นความเสี่ยงที่ต่ำกว่าอาจไม่ได้เกิดจากวัคซีนโดยตรง   ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การศึกษาบางชิ้นพบว่าวัคซีนชนิดอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ VZV เลย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนตับอักเสบ หรือแม้แต่วัคซีนสำหรับนักเดินทาง ก็ดูเหมือนจะลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้ในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลดีที่สังเกตได้อาจเป็นผลจากการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยทั่วไป หรือเป็นเพียงอคติในการศึกษา มากกว่าที่จะเป็นผลเฉพาะเจาะจงของวัคซีน VZV ต่อสมอง


บทความนี้สรุปว่า หลักฐานที่ชัดที่สุดในปัจจุบันคือความเชื่อมโยงระหว่างงูสวัดกับโรคหลอดเลือดสมองในระยะสั้น ซึ่งได้รับการยืนยันจากการศึกษาหลายชิ้นที่ใช้วิธีการแตกต่างกัน ส่วนความเชื่อมโยงกับโรคสมองเสื่อมนั้นยังคงเป็นคำถามที่ต้องการการศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในรูปแบบของการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นมาตรฐานของการวิจัยทางการแพทย์ที่จะช่วยตัดอคติต่าง ๆ ออกไปได้ นอกจากนี้ผู้เขียนยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาแบบจำลองการศึกษาในห้องปฏิบัติการที่ดีขึ้น เนื่องจาก VZV ติดเชื้อได้เฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถใช้สัตว์ทดลองทั่วไปได้ การพัฒนาเซลล์ประสาทที่สร้างจากเซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์และการสร้างแบบจำลองสมองขนาดเล็กในห้องปฏิบัติการจึงเป็นทิศทางที่มีความหวังอย่างมากสำหรับการทำความเข้าใจกลไกที่ VZV ก่อความเสียหายต่อสมอง

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง