รีเซต

เชื้อ"ไข้หวัดใหญ่"เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี วัคซีนปีที่แล้ว อาจป้องกันปีนี้ได้ไม่เต็มที่ แพทย์ มช.ชี้ชัดใครควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนระบาด

เชื้อ"ไข้หวัดใหญ่"เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี วัคซีนปีที่แล้ว อาจป้องกันปีนี้ได้ไม่เต็มที่ แพทย์ มช.ชี้ชัดใครควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนระบาด
TNN ช่อง16
18 มีนาคม 2569 ( 17:35 )

แม้ผู้ป่วยเริ่มลดลง แต่กลุ่มเด็กยังเสี่ยงสูง สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ปี 2569 ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (1 ม.ค. – 7 มี.ค. 2569) พบผู้ป่วยสะสมกว่า 140,293 ราย อัตราป่วย 216.13 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 11 ราย สายพันธุ์ A จำนวน 7 ราย สายพันธุ์ B จำนวน 4 ราย ในสัปดาห์ที่ 10 นี้ รายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แม้มีแนวโน้ม “ลดลง” และต่ำกว่าปีที่ผ่านมา (2568) แต่ยังคง “สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง”


กลุ่มที่ป่วยมากที่สุดคือ “เด็ก” อายุ 5–9 ปี สูงสุด รองลงมา 0–4 ปี และ 10–14 ปี ภาคเหนือมีอัตราป่วยสูงที่สุด


ไข้หวัดใหญ่ vs หวัดธรรมดา ต่างกันยังไง?

หลายคนคิดว่าเป็นโรคเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว “ต่างกันชัดเจน”


ไข้หวัดใหญ่

- ไข้สูง 38–39°C

- ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลียมาก

- อาจมีอาการหายใจเหนื่อย

- เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ


ไข้หวัดธรรมดา

- อาการไม่รุนแรง

- น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอเล็กน้อย

- มักไม่มีไข้สูง


จุดสำคัญคือ “ไข้หวัดใหญ่รุนแรงกว่า” และอาจถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล


ทำไมบางคนอาการหนัก?

ไข้หวัดใหญ่ไม่ได้จบแค่ไข้แต่อาจลุกลามเป็น

- หลอดลมอักเสบ

- ปอดอักเสบ

- ติดเชื้อซ้ำซ้อน

- ภาวะหายใจล้มเหลว


กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

- เด็กเล็ก

- ผู้สูงอายุ

- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง / ภูมิคุ้มกันต่ำ


ทำไมต้องฉีดวัคซีน “ทุกปี”?

เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ “เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี” วัคซีนปีที่แล้ว อาจป้องกันปีนี้ไม่ได้เต็มที่ องค์การอนามัยโลกจะคาดการณ์สายพันธุ์ใหม่ทุกปี เพื่อผลิตวัคซีนให้เหมาะกับการระบาดในแต่ละฤดูกาล


การฉีดวัคซีนช่วยอะไรบ้าง?

- ลดความรุนแรงของโรค

- ลดภาวะแทรกซ้อน

- ลดโอกาสเสียชีวิต

ลดการแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว


ใครบ้าง “ควรฉีดวัคซีน” มากที่สุด? กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

-เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

-ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป

-หญิงตั้งครรภ์

-ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (หัวใจ ปอด หอบหืด อ้วนมาก ฯลฯ)

-บุคลากรทางการแพทย์ เพราะมีโอกาสต้องดูแลคนไข้ หากติดแล้วอาจแพร่กระจายเชื้อได้ แม้ “คนสุขภาพแข็งแรง” ก็ยังควรฉีด เพราะสามารถติดและแพร่เชื้อได้


เด็กต้องฉีดยังไง?

-เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป หาก “ฉีดครั้งแรก” และอายุต่ำกว่า 9 ปี

-ต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

-หลังจากนั้น ปีละ 1 เข็ม

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงไหนดี?

แนะนำ: ฉีดก่อนฤดูฝน 1–2 เดือน เพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างภูมิประมาณ 2 สัปดาห์


แต่จริง ๆ แล้ว “ฉีดได้ตลอดทั้งปี” แม้ฉีดช้า ก็ยังมีประโยชน์


ฉีดแล้วจะไม่เป็นเลยไหม?

คำตอบคือ “ยังมีโอกาสเป็น” แต่!

-อาการจะ “เบาลงอย่างชัดเจน”

- ลดโอกาสภาวะแทรกซ้อน

- ลดโอกาสเสียชีวิต


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

- ฉีดแล้วเป็นไข้หวัดใหญ่: ไม่จริง (วัคซีนเป็นเชื้อตาย)

- คนแข็งแรงไม่ต้องฉีด: ไม่จริง (ยังแพร่เชื้อได้)

- แพ้ไข่ห้ามฉีด: ไม่จริง (ฉีดได้ แต่ต้องเฝ้าระวัง)


ใคร “ไม่ควรฉีด”?

ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนชนิดรุนแรง


ผลข้างเคียงที่อาจเกิด

อาการทั่วไป (หายเองได้)

- ไข้ต่ำ

- ปวดเมื่อย

- ปวด/บวมบริเวณที่ฉีด อาการอันตราย (พบได้น้อยมาก)

-หายใจลำบาก

- หน้ามืด

- ผื่นลมพิษ ควรสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาทีหลังฉีด


3 วิธีป้องกันที่แพทย์แนะนำ

- ฉีดวัคซีนทุกปี

- ล้างมือบ่อย ๆ

- สวมหน้ากาก เลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย


“ไข้หวัดใหญ่” ไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา และยังคงระบาดทุกปี โดยเฉพาะในเด็ก 

การฉีดวัคซีน = ป้องกันตัวเอง + ปกป้องคนที่เรารัก


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง