รีเซต

นักวิจัยเคมบริดจ์พัฒนา วัคซีนออกแบบด้วย AI ครั้งแรกของโลก

นักวิจัยเคมบริดจ์พัฒนา วัคซีนออกแบบด้วย AI ครั้งแรกของโลก
TNN ช่อง16
8 มิถุนายน 2569 ( 14:01 )
10

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร เปิดเผยความสำเร็จในการพัฒนา "วัคซีนที่ออกแบบด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ส่วนประกอบสำคัญของวัคซีนถูกออกแบบโดย AI ทั้งหมด ก่อนนำไปทดสอบในมนุษย์จริง

วัคซีนดังกล่าวถูกพัฒนาให้สามารถป้องกันไวรัสโคโรนากลุ่มใหญ่ได้ ไม่เพียงครอบคลุมสายพันธุ์ต่าง ๆ ของโควิด-19 แต่ยังรวมถึงไวรัสโคโรนาที่พบในสัตว์และอาจกลายเป็นต้นตอของโรคระบาดครั้งใหม่ในอนาคต

ศาสตราจารย์โจนาธาน ฮีนีย์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวว่า แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนวิธีรับมือโรคระบาด จากเดิมที่ต้องคอยพัฒนาวัคซีนตามหลังการกลายพันธุ์ของไวรัส ไปสู่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนเกิดการระบาด

“เราพยายามก้าวให้ทันและก้าวนำไวรัส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” เขากล่าว


AI ออกแบบ "ซูเปอร์แอนติเจน" รับมือไวรัสทั้งตระกูล


โดยปกติการพัฒนาวัคซีนจะอาศัยข้อมูลจากไวรัสสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบัน แต่ทีมวิจัยได้นำข้อมูลพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาหลายชนิดจากฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคทั่วโลกมาวิเคราะห์ด้วย AI

จากนั้น AI ได้ออกแบบ "ซูเปอร์แอนติเจน" ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัคซีนที่ทำหน้าที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำลักษณะร่วมของไวรัสโคโรนาทั้งกลุ่ม ทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือไวรัสที่อาจข้ามจากสัตว์สู่คนได้ดียิ่งขึ้น

นักวิจัยระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่แอนติเจนซึ่งออกแบบโดย AI ถูกนำมาทดสอบในมนุษย์

ผลทดลองระยะแรกปลอดภัย แต่ยังต้องศึกษาเพิ่ม

การทดลองระยะแรกดำเนินการกับอาสาสมัคร 39 คน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของวัคซีน โดยผลเบื้องต้นพบว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และสามารถกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าผลด้านภูมิคุ้มกันยังอยู่ในระดับเริ่มต้น และจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ขึ้น โดยการทดลองระยะถัดไปจะมีอาสาสมัครประมาณ 200 คนเข้าร่วม


ต่อยอดสู่วัคซีนไข้หวัดใหญ่และอีโบลา

นอกจากวัคซีนโคโรนาแบบครอบจักรวาลแล้ว ทีมวิจัยกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเดียวกันสำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องปรับสูตรทุกปี รวมถึงวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก H5N1 และโรคอีโบลา

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนหลายรายมองว่างานวิจัยนี้เป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ แม้ยังต้องรอผลการทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม แต่ AI มีศักยภาพที่จะช่วยเร่งการพัฒนาวัคซีนให้รวดเร็วขึ้น ลดเวลาการวิจัย และเพิ่มความพร้อมในการรับมือโรคระบาดในอนาคต

นักวิจัยเชื่อว่าเทคโนโลยี AI อาจกลายเป็น "ตัวเปลี่ยนเกม" ของวงการวัคซีนโลก และช่วยปกป้องผู้คนจากโรคอุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง