รีเซต

ผื่นไม่หายต้องตรวจ HIV จริงหรือ? เปิดข้อเท็จจริง พร้อมอัปเดตสถานการณ์ผู้ติดเชื้อปี 2569

ผื่นไม่หายต้องตรวจ HIV จริงหรือ? เปิดข้อเท็จจริง พร้อมอัปเดตสถานการณ์ผู้ติดเชื้อปี 2569
TNN ช่อง16
5 สิงหาคม 2569 ( 15:31 )

กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า "หากมีผื่นหรืออาการคันเรื้อรัง ให้รีบไปตรวจ HIV" กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก จนทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าอาการทางผิวหนังอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อเอชไอวี

แม้ข้อมูลทางการแพทย์จะยืนยันว่า ผื่นสามารถพบได้ในผู้ติดเชื้อ HIV ทั้งในระยะติดเชื้อเฉียบพลันและระยะที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่แพทย์ย้ำว่า ผื่นไม่ใช่อาการจำเพาะของ HIV และไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้เพียงอาการเดียว การประเมินจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับประวัติความเสี่ยงและผลตรวจเลือด

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ HIV ของประเทศไทยในปี 2569 แม้แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อจะทรงตัว แต่ยังมีผู้ติดเชื้อที่มีชีวิตอยู่มากกว่า 5.5 แสนคน ทำให้การตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงยังเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

สถานการณ์ HIV ในประเทศไทย ปี 2569

ข้อมูลประมาณการล่าสุดระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV ที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 557,000–565,000 คน หรือราว 5.5 แสนคน

ขณะเดียวกัน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 4,900–5,000 คนต่อปี และมีผู้ได้รับยาต้านไวรัสประมาณ 495,000 คน ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์อยู่ในช่วง 8,500–9,067 คนต่อปี

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโดยรวมมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าการควบคุมโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การแพร่เชื้อยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงยังไม่สามารถลดการเฝ้าระวังได้

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังพบต่อเนื่อง

ปี 2569 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 5,000 คน

แบ่งเป็น

  • เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ถึง 10 คน
  • เยาวชนอายุ 15-24 ปี ประมาณ 1,600-1,800 คน
  • ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 15 ปี ประมาณ 3,300 คน

พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมจำนวนมาก

ข้อมูลด้านสาธารณสุขระบุว่า ภาคกลางยังคงเป็นพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด รองลงมาคือ

  • ภาคกลาง ประมาณ 210,000 คน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 130,000 คน
  • ภาคเหนือ ประมาณ 67,000 คน
  • ภาคตะวันออก ประมาณ 64,000 คน
  • ภาคใต้ ประมาณ 58,000 คน

ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์ มีผู้ติดเชื้อสะสมในระบบประมาณ 20,000-23,000 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2569 อยู่ที่ 723 คน หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 2 คน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมไม่ใช่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของปีเดียวกัน




ผื่นคันเกี่ยวข้องกับ HIV อย่างไร

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ HIV มีโอกาสเกิดความผิดปกติของผิวหนังได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผื่นจากการติดเชื้อไวรัส
  • ผื่นจากเชื้อรา
  • ผื่นจากแบคทีเรีย
  • ผื่นภูมิแพ้
  • ผื่นจากผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส

ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ HIV บางรายอาจเกิดอาการที่เรียกว่า Acute HIV Infection หรือระยะติดเชื้อเฉียบพลัน ซึ่งอาจพบ

  • ผื่นแดงตามลำตัว
  • ไข้
  • เจ็บคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เหงื่อออกตอนกลางคืน
  • อ่อนเพลีย

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้สามารถพบได้ในโรคติดเชื้อไวรัสหลายชนิด จึงไม่สามารถใช้ยืนยันการติดเชื้อ HIV ได้

ผื่นไม่หาย จำเป็นต้องตรวจ HIV หรือไม่

แพทย์แนะนำว่า หากมีผื่นเรื้อรังร่วมกับประวัติความเสี่ยง เช่น

  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • มีคู่นอนหลายคน
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • สัมผัสเลือดที่มีความเสี่ยง

ควรเข้ารับการตรวจ HIV เพื่อคัดกรอง เพราะการตรวจเลือดเป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันการติดเชื้อได้อย่างถูกต้อง

ในทางกลับกัน หากไม่มีประวัติความเสี่ยง ผื่นหรืออาการคันอาจเกิดจากโรคผิวหนังทั่วไป เช่น ภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบ เชื้อรา หรือการแพ้ยา ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

การตรวจพบเร็ว ช่วยลดการแพร่เชื้อและเพิ่มคุณภาพชีวิต

ปัจจุบัน การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ผ่านมาอย่างมาก หากได้รับการวินิจฉัยเร็วและเริ่มยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ผู้ติดเชื้อสามารถมีอายุขัยใกล้เคียงกับคนทั่วไป และเมื่อควบคุมปริมาณไวรัสได้จนตรวจไม่พบ ยังช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้อย่างมีนัยสำคัญ


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง