ภาวะหัวใจล้มเหลว ระบบเลือดและไหลเวียนโลหิตหยุดทำงาน อายุน้อยก็เป็นได้

ข่าวการเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจอร์เจีย สร้างความตกใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก หลังผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับ ภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ทำให้หลายคนสงสัยว่าภาวะดังกล่าวคืออะไร แตกต่างจากอาการหัวใจวายหรือไม่ และมีสัญญาณเตือนที่สามารถสังเกตได้หรือไม่
เมื่อพูดถึง "โรคหัวใจ" หลายคนมักนึกถึงภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือ Heart Attack เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยและมีอัตราการเสียชีวิตสูงไม่แพ้กัน นั่นคือ ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure หรือ Congestive Heart Failure: CHF)
แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้นทันที หากเป็นภาวะที่หัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้เพียงพอ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
นพ.อุฬาร วงศ์แกล้ว อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ อธิบายว่า ภาวะหัวใจล้มเหลวพบได้ประมาณ 1-2% ของประชากรทั่วไป และพบมากกว่า 10% ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี โดยเฉพาะในประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้โรคนี้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลรักษา
ที่สำคัญ ภาวะหัวใจล้มเหลวยังมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี สูงกว่าโรคหัวใจและมะเร็งหลายชนิด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยมักต้องกลับเข้าออกโรงพยาบาลซ้ำ ๆ และมีคุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
ภาวะหัวใจล้มเหลว คืออะไร?
ภาวะหัวใจล้มเหลว คือภาวะที่หัวใจสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงร่างกาย หรือรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้ไม่ดีเหมือนปกติ ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ
ผู้ป่วยจึงมักมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เพราะสมองและกล้ามเนื้อได้รับเลือดไม่พอ และหากรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้ เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี เลือดจะเกิดการคั่งในอวัยวะต่าง ๆ ทำให้มีอาการบวมตามแขน ขา หรือใบหน้า รวมถึงมีน้ำคั่งในปอด ส่งผลให้หายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลานอนราบ ผู้ป่วยหลายคนต้องหนุนหมอนสูง หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหอบเหนื่อย หากอาการรุนแรงอาจไม่สามารถนอนราบได้เลย
สาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว
ภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจ
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะโรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก ซึ่งยังพบได้ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน
- ใช้สารเสพติด เช่น แอมเฟตามีน (ยาบ้า)
- ใช้ยาสเตียรอยด์หรือยาเคมีบำบัดบางชนิด
- การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด
- การได้รับสารโลหะหนัก
- โรคที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเป็นเวลานาน เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โลหิตจางเรื้อรัง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคไตที่มีภาวะน้ำคั่ง
อีกภาวะหนึ่งที่พบไม่บ่อยแต่อันตราย คือ ภาวะหัวใจล้มเหลวระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเกิดในหญิงอายุน้อย หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และทารกได้
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
อาการของภาวะหัวใจล้มเหลวแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของโรค แต่สัญญาณที่พบบ่อย ได้แก่
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้ทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินหรือขึ้นบันได
- หายใจลำบากเวลานอนราบ หรือตื่นกลางดึกเพราะหอบเหนื่อย
- บวมบริเวณข้อเท้า ขา หน้าท้อง หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจากการคั่งของน้ำ
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เพิ่ม 1-2 กิโลกรัมภายใน 1-2 วัน จากการสะสมของของเหลว
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- ใจสั่น หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วและแรงผิดปกติ
หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคประจำตัว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
รักษาได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยแนวทางหลักประกอบด้วย
การใช้ยา เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้น ลดการคั่งของน้ำในร่างกาย และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ปัจจุบันมียารุ่นใหม่ที่ช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การรักษาด้วยเครื่องมือหรือหัตถการ เช่น การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ การรักษาหลอดเลือดหัวใจ หรือการซ่อมแซมลิ้นหัวใจด้วยเทคนิคที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย
การปลูกถ่ายหัวใจ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น
ดูแลตัวเองอย่างไร ลดความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว
แม้ภาวะหัวใจล้มเหลวจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบ และชะลอการดำเนินของโรคได้
- ลดการรับประทานเค็ม และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมแอโรบิกระดับเบา-ปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- งดสูบบุหรี่ และลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- ชั่งน้ำหนักเป็นประจำ หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นรวดเร็วผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจเป็นโรคที่หลายคนไม่คุ้นชื่อ แต่เป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรง การสังเกตอาการผิดปกติ ดูแลสุขภาพหัวใจ และเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
