DELTA บล.ฟิลลิป แนะนำ “ทยอยซื้อ” ปรับเป้าขึ้นเป็น 350 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #DELTA บล.ฟิลลิป แนะนำ “ทยอยซื้อ” ปรับเป้าขึ้นเป็น 350 บาท
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DELTA หลุด Cash Balance รับโมเมนตัมบวก ไตรมาส 2 ปี 2569 โตเด่นจาก AI
DELTA กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง หลังหลุดมาตรการ Cash Balance ท่ามกลางแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งคาดว่ากำไรจะเติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งมอบสินค้าในกลุ่ม AI และ Data Center อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภาพรวมอุตสาหกรรม AI Supply Chain ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และมีการปรับเพิ่มงบลงทุน (Capex) สูงกว่าที่คาด ส่งผลบวกโดยตรงต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่าง DELTA ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบเริ่มเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ของต้นทุนรวม จึงยังไม่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะโดดเด่นที่สุดของปี โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 และโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Product mix) ที่ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีหลัง เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายด้าน Royalty Fee และ R&D เพิ่มขึ้น รวมถึงฐานกำไรที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2568
ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 9,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.5% จากปีก่อน และ 25.2% จากไตรมาสก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 61,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% จากปีก่อน และ 6.4% จากไตรมาสก่อน ธุรกิจหลักอย่าง Power Electronics และ Infrastructure เติบโตโดดเด่นที่ 76% และ 59% ตามลำดับ จากความต้องการสินค้า AI และ Data Center ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมถึง 87% ของรายได้ทั้งหมด
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 31.7% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 8,837 ล้านบาท เติบโต 77.3% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก Product mix และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทเริ่มผลิตสินค้า Liquid Cooling แล้ว ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนรายได้เพียงประมาณ 5% ในปีนี้ แต่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในปีถัดไป และจะเป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนสำคัญในระยะยาว
ด้านการประเมินมูลค่า ปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 350 บาท อิง P/E ที่ 120 เท่า โดยปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 8% มาอยู่ที่ 35,500 ล้านบาท เติบโต 43.1% จากปีก่อน พร้อมปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ทยอยซื้อ” สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจในยุค AI
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
