"โพล" เลือกตั้งไทย เชื่อได้แค่ไหน ในยุคเอไอปั่นกระแสการเมือง เสียงสะท้อนอาจไม่ใช่มนุษย์ 100%

หากเป็นหลายปีก่อน โพลการเมืองที่เป็นดัชนีชี้วัดคะแนนนิยมของพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกของสังคม ที่ประชาชนมีแนวโน้มจะเชื่อถือในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะหากเป็นผลสำรวจจากสำนักโพลชั้นนำ หรือสื่อหัวใหญ่ที่มีอิทธิพลชี้นำสังคม
แต่ในยุคที่ AI สอดผสานเข้ามาในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อย ๆ เวลาเห็นโพลลักษณะนี้ เราต้องเท่าทันว่า ตัวเลขที่เห็น อาจไม่ใช่เสียงสะท้อนจากมนุษย์ทั้งหมด โดยเฉพาะผลโพลที่สำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต สังคมออนไลน์ รวมถึงการแสกนคิวอาร์โค้ด เพื่อลงความเห็น ระหว่างการดีเบต
“เอไอทำให้โพลกลายเป็นขยะ” THe Economist พาดหัว
“เอไอกำลังเปลี่ยนโฉมการเมือง เหมือนสังคมออนไลน์เคยเปลี่ยนโลก” นิตยสารไทม์ วิเคราะห์
“AI Bots บิดเบือนโพลออนไลน์ได้” งานวิจัยชั้นนำหนึ่ง ระบุ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการส่งสัญญาณเตือนจากสื่อระดับโลก ถึงภัยของปัญญาประดิษฐ์ ต่อการชี้นำประชาชนผ่านผลโพล
“การเขียนโปรแกรมบอตให้เอไอปลอมตัวเป็นประชาชน ระดมตอบเข้ามาเพื่อสร้างคะแนนนิยมปลอม” สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โพสต์อ้างอิงบทสัมภาษณ์ของ ดร.สติธร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมชัย เคยเตือนประชาชนว่า การสำรวจทางอินเทอร์เน็ต มีความเที่ยงตรงต่ำ เมื่อก่อนจะเห็นการระดมหัวคะแนน หรือผู้นิยมพรรคการเมืองนั้น ๆ เข้ามาตอบคำถาม แต่การเข้ามาของเอไอ การ “ปั่น” ผลโพลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรืออุดมการณ์ สามารถทำได้ง่ายกว่านั้น หากวัดตัวเลขจากแค่ยอดไลค์ ผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวนคนคอมเมนต์ หรือแสกนคิวอาร์โค้ดบนหน้าจอ แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นมนุษย์จริงหรือไม่
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่ปีก่อน เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการแทรกแซงผลสำรวจด้วย AI
The Economist เผยแพร่บทวิเคราะห์ว่า ช่วงหนึ่งนักทำโพลเจอวิกฤต เพราะการแบ่งขั้วและการเมืองที่ร้อนแรง เวลา Pollster โทรไปสอบถามความคิดเห็น หรือเดินสายขอให้ประชาชนกรอกแบบสำรวจ ชาวอเมริกันเพิกเฉยและไม่อยากทำโพล จนทำให้โพลที่ออกมา ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หากจำกันได้ การเลือกตั้งที่ทรัมป์ชนะครั้งแรก ในปี 2016 โพลชั้นนำหลายสำนัก ชี้ว่า ฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนนำ แต่ท้ายสุด ทรัมป์หักปากกาเซียนชนะเลือกตั้งได้สำเร็จ
แต่แล้วอินเทอร์เน็ตกับสมาร์ทโฟน ทำให้นักทำโพลรวบรวมข้อมูลได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่นั่นก็มาพร้อมกับวิกฤตความน่าเชื่อถือ เพราะปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะมนุษย์สามารถฝึก Language Model ให้ตอบแบบสำรวจ เพื่อเปลี่ยนผลโพลได้ แบบที่นักทำโพลก็ตรวจจับไม่ได้ โดยเฉพาะแบบสำรวจที่ Anonymous หรือไม่ต้องระบุตัวตน
อีกตัวอย่างถึงภัยคุกคามของเอไอ ต่อการชี้นำสังคมในห้วงเวลาการตัดสินใจทางการเมือง คือ ครั้งหนึ่ง ฌอน เวสต์วูด นักรัฐศาสตร์จากดาร์ทเมาท์ คอลเลจ สร้างอวตารเอไอขึ้นมา ให้ตอบแบบสอบถามแทนมนุษย์ เข้าสร้างอวตารตัวนี้ ด้วยโปรไฟล์ทางประชากรศาสตร์ที่หลากหลายถึง 6,000 ตัว แต่ละตัวมีรายละเอียดเหมือนมนุษย์จริง ๆ และตอบคำถามเหมือนมนุษย์จริง ๆ ตอบ
ผลปรากฎ คือ นักตอบแบบสอบถามเอไอ ผ่านการคัดกรองของนักทำโพล ด้วยคะแนน 99.8%
The Economist ยกตัวอย่างอีกว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 มีโพลสำนักดัง 7 สำนัก แต่ละครั้งจะมีผู้ตอบแบบสอบถามราว 1,600 คน แต่ถ้าใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างอวตารเอไอเพียง 10-52 ตัว เข้าไปตอบแบบสอบถามแบบเก็งคำตอบ นั่นก็เพียงพอจะพลิกผลโพลของสำนักดังเหล่านี้ได้แล้ว
มองตัวอย่างในต่างประเทศ โดยเฉพาะชาติแห่งประชาธิปไตยอย่างสหรัฐฯ จะเห็นว่าเอไอคุกคามและชี้นำการเลือกตั้งได้อย่างน่ากังวล เมื่อมองมาที่การเมืองไทยในตอนนี้ ที่คนไทยจะเข้าคูหาลงคะแนนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลับมีคำเตือนถึงการบิดเบือนเสียงประชาชน ผ่าน AI บนหน้าสื่อค่อนข้างน้อย
ดร. กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เปิดเผยกับ TNN Tech ว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีเอไอเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการหาเสียง มีโอกาสที่เอไอจะถูกเอาไปใช้สร้างภาพ สร้างวิดีโอปลอม เลียนแบบใบหน้า เลียนแบบเสียงของนักการเมือง หรือเอาไปทำบัญชีปลอม (BOT account) เพื่อปั่นกระแสในข่าวปลอม ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นข่าวจริง
ยิ่งไปกว่านั้นเอไอ มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปเปลี่ยนผลโพลที่อยู่ในโซเชียลมีเดียได้ เช่น การเรียกบอตมาช่วยกันโหวตฝังใดฝั่งหนึ่งที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันมีอาชีพรับจ้างสร้างกระแส สามารถควบคุมมือถือ 1,000 เครื่องพร้อมกัน ให้ทำงานหรือไปกดไลค์ ผ่านการสั่งการจากคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวได้ เหล่านี้จะยิ่งเจอได้มากขึ้นไปอีกในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
เช่นเดียวกับ วรัทธน์ วงศ์มณีกิจ Co-Founder & Chief Product Officer, Wisesight บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย และเป็นบริษัทแรก ๆ ของไทยที่นำเอาเอไอมาใช้งานในการวิเคราะห์ มองว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้เอไอค่อนข้างมีผลอย่างมาก ทั้งตัวผู้สมัครเองที่นำเอไอไปใช้งานในการสร้างเนื้อหา ผลิตสื่อ ทำภาพ (ช่วยผลิต แต่ไม่ได้สร้างข่าวปลอม) ขณะที่ประชาชนก็ใช้เอไอในการเข้าถึงข้อมูลของผู้สมัคร ค้นหาง่ายขึ้น ซึ่งเป็นทั้งเรื่องดีและจุดที่น่ากังวล เพราะเสี่ยงถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
ขณะที่โพลต่าง ๆ ที่เห็นในโซเชียลมีเดีย อาจจะมีโอกาสเป็นเพียง alternative pole ไม่ใช่ real pole เพราะความสามารถในเอไอปัจจุบัน สามารถทำได้ถึงขั้นกำหนด persona หรือตัวตนสมมุติของกลุ่มเป้าหมาย เทรนหรือฝึกฝนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM และให้กลับมาตอบหรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าเอาไปใช้ในทางที่ผิด สามารถเปลี่ยนแปลงผลสำรวจ เปลี่ยนโพลได้เลย
ทั้งนี้ วรัทธน์ ระบุอีกว่า ความรู้เท่าทันสื่อของคนไทยไม่ได้สูงมาก ซึ่งสอดคล้องกับ ดร. กอบกฤตย์ ที่เปิดเผยว่าสามารถแบ่งตามทักษะได้ 5 ระดับ โดยเมื่อปี 2020 คนไทยกว่า 72% ไม่มีความรู้และทักษะด้านดิจิทัล , 15% ใช้งานเป็นในชีวิตประจำวัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ มีเพียง 1% ของคนทั้งประเทศ ซึ่งหากเทียบกับสิงคโปร์ยังตามอยู่หลายเท่าตัว จากข้อมูลการสำรวจของ ITU หรือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
ถึงแม้ปัจจุบัน คนไทยมีความรู้และทักษะด้านเอไอมากขึ้น ส่วนหนึ่งทำเป็น และก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่มีความรู้เท่าทันสื่อ คนกลุ่มนี้รวมถึงกลุ่มที่ไม่เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ เป็นกลุ่มที่มีความน่ากังวล สำหรับการรับข่าวสารหรือเนื้อหาในช่วงเลือกตั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Gen X และกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (คนที่เกิดระหว่างปี 2489-2507) น่าเป็นห่วงมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทั้งสองท่าน ย้ำว่า ประชาชนต้องตั้งข้อสังเกตกับทุกเนื้อหา มี critical thinking คิด วิเคราะห์ หรือทำเช็กที่มาของภาพหรือวิดีโอเหล่านั้น ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดนำไปค้นหาแบบย้อนกลับหรือ reverse image search ใน Google
และสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทุกคนจะต้องมีท่ามกลางความเก่งของเอไอที่มากขึ้นทุกขณะ คือการตั้งรับด้วย media literacy ตั้งคำถามเสมอกับเนื้อหาที่อยู่ตรงหน้าเสมอ ว่าเป็นของจริงหรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย แต่เป็นประเด็นใหญ่สำหรับทั่วโลกที่ต้องหันกลับมามอง
แหล่งข้อมูล
https://siamrath.co.th/politics/national-politics/122117
https://www.economist.com/united-states/2025/12/02/ais-could-turn-opinion-polls-into-gibberish
https://www.pewresearch.org/global/2025/10/15/how-people-around-the-world-view-ai/
https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2518075122#sec-4
https://dig.watch/updates/poll-manipulation-by-ai-threatens-democratic-accuracy-according-to-a-new-study
https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/news/generative-ai-and-elections-why-you-should-worry-more-about-humans-ai-systems
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
