หวังไขความลับการสื่อสารใต้ทะเล

โดยปกติแล้ว “วาฬสเปิร์ม” จะสื่อสารกันด้วยเสียงคลิกที่เป็นจังหวะ และสามารถเดินทางได้ไกลในมหาสมุทรอันมืดมิด ซึ่งเป็นภาษาที่มนุษย์ไม่คุ้นเคย แต่ตอนนี้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันกำลังจะเปิดเผยความลับในการสื่อสารของวาฬใต้มหาสมุทรด้วยหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ที่ชื่อว่า “ไกลเดอร์”
“เดวิด กรูเบอร์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Project CETI และศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หุ่นยนต์อัตโนมัตินี้ทำงานคล้ายกับรถยนต์ไร้คนขับที่สามารถตัดสินใจเอง แม้จะเคลื่อนที่ช้าแต่ก็สามารถติดตามวาฬสเปิร์มได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้นักวิจัยสามารถเก็บข้อมูลระยะยาวได้มากขึ้น
โดยวาฬสเปิร์มจะใช้เสียงคลิกในการนำทางและล่าเหยื่อ แต่ยังมีรูปแบบเสียงคลิกที่ถูกเรียกว่า “โคดาส์” ซึ่งเชื่อว่าเป็นภาษาที่พวกมันใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะค้นพบการเปล่งเสียงของวาฬชนิดนี้ตั้งแต่ปี 1957 แต่ก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจกับรูปแบบการสื่อสารของพวกมันได้ เนื่องจากวาฬสเปิร์มสามารถดำน้ำลึกได้กว่า 1.6 กิโลเมตร และยังใช้เวลาใต้น้ำราว 50 นาทีในแต่ละครั้ง ทำให้การติดตามวาฬสเปิร์มไม่ใช่เรื่องง่าย
ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีติดตามด้วยแท็กที่ดูดติดกับตัววาฬ และมักจะหลุดออกหลังผ่านไปไม่กี่วัน รวมถึงการใช้เครื่องตรวจจับเสียงใต้น้ำ และการใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงใต้น้ำที่ลากด้วยเรือ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับหุ่นยนต์ใต้น้ำ “ไกลเดอร์” สามารถทำงานได้ด้วยการอาศัยแรงลอยตัว แม้จะเคลื่อนที่ได้ช้า แต่ก็ประหยัดพลังงานและสามารถปฏิบัติงานได้นานหลายถึงถึงหลักปี
การใช้หุ่นยนต์ติดตามใต้น้ำนี้จะช่วยให้สามารถบันทึกเสียงทั้งหมดของลูกวาฬนับตั้งแต่ปีแรกของการมีชีวิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าต่อการศึกษา เพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และช่วยให้นักชีววิทยาทางทะเลทำความเข้าใจกับภาษาของวาฬได้ เนื่องจากการเรียนรู้ของวาฬคล้ายกับมนุษย์ เด็กทารกมักจะส่งเสียงอ้อแอ้ก่อนพัฒนาเป็นคำพูดจากการเรียนรู้ เช่นเดียวกับลูกวาฬที่ได้รับการสอนด้านการสื่อสารจากแม่วาฬ
นอกจากนี้หุ่นยนต์ติดตามยังช่วยเก็บบันทึกพฤติกรรมของวาฬในการตอบสนองต่อกิจกรรมของมนุษย์ เพื่อวิเคราะห์การสื่อสารของพวกมันเมื่อมีเสียงรบกวนจากมนุษย์ ทั้งการเดินเรือ การก่อสร้างนอกชายฝั่ง รวมถึงการทำประมงได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
