รีเซต

เจาะลึกบทบาท 3 ดาวเทียมตระกูล THEOS พลิกโฉมการบริหารจัดการทรัพยากรไทย

เจาะลึกบทบาท 3 ดาวเทียมตระกูล THEOS พลิกโฉมการบริหารจัดการทรัพยากรไทย
TNN ช่อง16
13 มกราคม 2569 ( 18:32 )
28

ในศตวรรษที่ข้อมูลเชิงพื้นที่จากอวกาศกลายเป็นหัวใจของการตัดสินใจเชิงนโยบาย ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ตระกูลดาวเทียม THEOS (Thailand Earth Observation System) ของไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากร การรับมือภัยพิบัติ และการวางแผนพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต

จุดเริ่มต้นของระบบนี้ คือ THEOS-1 หรือ ไทยโชต ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของประเทศไทยที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี พ.ศ. 2551 ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) แม้จะถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานเพียงราว 5 ปี แต่ไทยโชตสามารถปฏิบัติภารกิจได้ยาวนานกว่าทศวรรษ กลายเป็นรากฐานของระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศ 

โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมดวงนี้ถูกใช้ในการจัดทำแผนที่ การติดตามพื้นที่เกษตรกว่า 150 ล้านไร่ การประเมินพื้นที่ป่าไม้ซึ่งคิดเป็นราว 31–32% ของพื้นที่ประเทศ รวมถึงการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายภูมิภาค ความสำเร็จของ THEOS-1 ทำให้หน่วยงานรัฐไทยเริ่มพึ่งพาข้อมูลจากอวกาศของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

การยกระดับครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ THEOS-2 ถูกวางตัวให้เป็นดาวเทียมหลักรุ่นใหม่ของประเทศ ด้วยความละเอียดของภาพสูงถึง 50 เซนติเมตรต่อพิกเซล ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับดาวเทียมเชิงพาณิชย์ชั้นนำของโลก ความละเอียดระดับนี้ช่วยให้สามารถแยกแยะวัตถุขนาดเล็กบนพื้นโลกได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ยานพาหนะ โครงสร้างอาคาร ไปจนถึงสภาพพืชพรรณรายแปลง 

ส่งผลให้ข้อมูลจาก THEOS-2 ถูกนำไปใช้ในเชิงลึกมากขึ้น ทั้งด้านการติดตามน้ำท่วมและไฟป่าแบบเกือบเรียลไทม์ การวิเคราะห์สุขภาพพืชเพื่อสนับสนุนการเกษตรอัจฉริยะ และการวางผังเมืองหรือโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองในระยะยาว นอกจากนี้ THEOS-2 ยังช่วยลดการพึ่งพาภาพถ่ายจากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนสูงและมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงในช่วงเวลาวิกฤต

ขณะเดียวกัน THEOS-2A แม้จะสามารถเดินทางขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ แต่ดาวเทียมดวงนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มมิติที่แตกต่างออกไป มีลักษณะเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโครงการที่วิศวกรและนักวิจัยไทยจาก GISTDA มีส่วนร่วมโดยตรงในการออกแบบ พัฒนา และทดสอบระบบ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ดาวเทียมดวงนี้ถูกใช้ทั้งเพื่อสำรวจทรัพยากรเฉพาะจุดและเป็นแพลตฟอร์มทดสอบเทคโนโลยีอวกาศใหม่ ๆ ซึ่งช่วยสร้างองค์ความรู้และบุคลากรด้านอวกาศภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และปูทางสู่อุตสาหกรรมอวกาศไทยในอนาคต

สำหรับแผนในระยะต่อไป ภาครัฐไทยมีเป้าหมายชัดเจนในการต่อยอดระบบ THEOS ให้ก้าวไกลกว่าการถ่ายภาพจากอวกาศ โดยมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับชาติ ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากดาวเทียมหลายดวงเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ภัยพิบัติ การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบลุ่มน้ำ และการคาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตรล่วงหน้า 

นอกจากนี้ยังมีแผนผลักดันให้ข้อมูลจากดาวเทียมของไทยถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์มากขึ้น เพื่อสนับสนุนภาคเอกชน สตาร์ตอัป และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจอวกาศโลกที่มีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีและยังเติบโตต่อเนื่อง

ในภาพรวม ตระกูลดาวเทียม THEOS ไม่ได้เป็นเพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศในการสร้าง อธิปไตยด้านข้อมูล และความมั่นคงทางเทคโนโลยี จาก THEOS-1 ที่วางรากฐานข้อมูลของชาติ สู่ THEOS-2 ที่ยกระดับคุณภาพและความละเอียดของข้อมูล และ THEOS-2A ที่สร้างคนและองค์ความรู้ภายในประเทศ ดาวเทียมเหล่านี้กำลังทำให้อวกาศกลายเป็นเครื่องมือใกล้ตัวในการบริหารทรัพยากร พัฒนาเศรษฐกิจ และกำหนดอนาคตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง