รีเซต

SpaceX ปล่อย Falcon 9 พร้อมชุดทดลอง TIGERS-X ฝีมือคนไทยสู่ห้วงอวกาศและสถานีอวกาศ ISS

SpaceX ปล่อย Falcon 9 พร้อมชุดทดลอง TIGERS-X ฝีมือคนไทยสู่ห้วงอวกาศและสถานีอวกาศ ISS
TNN ช่อง16
16 พฤษภาคม 2569 ( 09:57 )

SpaceX ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Falcon 9 ส่งเสบียงภารกิจ CRS-34 พร้อมชุดการทดลอง TIGERS-X ของคนไทยขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ

ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 ตามเวลาในประเทศไทย บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ได้ทำการปล่อยจรวดขนส่งอวกาศ Falcon 9 เพื่อส่งยานอวกาศไร้คนขับ Dragon ในภารกิจ CRS-34 ขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) 

โดยการปล่อยจรวดในครั้งนี้มีขึ้นจากฐานทัพอวกาศคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา หลังจากต้องเลื่อนกำหนดการเดิมในวันที่ 12 และ 13 พฤษภาคมออกไปเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย

ยานอวกาศ Dragon ในภารกิจนี้บรรทุกเสบียง อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และการทดลองทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักรวมกว่า 6,500 ปอนด์ หรือ 2,950 กิโลกรัม ซึ่งหนึ่งในสัมภาระที่สำคัญอย่างยิ่งคือ TIGERS-X ชุดทดลองการแพทย์ในอวกาศชิ้นแรกของประเทศไทย

ทำความรู้จัก TIGERS-X นวัตกรรมอวกาศฝีมือคนไทย

TIGERS-X หรือชื่อเต็มคือ Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space Exploration ถูกพัฒนาขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โดยเป็นชุดทดลองขนาดกะทัดรัด รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาด 20x20x10 เซนติเมตร มีมวล 2.5 กิโลกรัม ซึ่งได้รับการออกแบบและประกอบขึ้นโดยวิศวกรชาวไทยทั้งหมด ด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA)

เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือ การศึกษาพฤติกรรมการผสมตัวของของเหลวที่ไม่สามารถเข้ากันได้อย่างน้ำและน้ำมัน (ปรากฏการณ์อิมัลชัน) ในสภาวะไร้น้ำหนัก (microgravity) บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นครั้งแรก โดยภายในกล่องมีการติดตั้งห้องทดลองขนาดเล็กเท่าชิป (Lab-on-a-Chip) เพื่อทำการทดลองดังกล่าว

การติดตั้งและการควบคุมภารกิจจากประเทศไทย ยาน Dragon มีกำหนดการเทียบท่าแบบอัตโนมัติที่โมดูล Harmony ของสถานีอวกาศนานาชาติในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เวลาประมาณ 07:05 น.

เมื่อไปถึง ชุดทดลอง TIGERS-X จะถูกนำไปติดตั้งบนแพลตฟอร์มการทดลองอัตโนมัติไอซ์คิวบ์ (ICE Cubes) ภายในห้องทดลองโคลัมบัส (Columbus module) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) เพื่อดำเนินการทดลองทางแพทย์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน

ความพิเศษของภารกิจนี้ คือ ระบบทดลองรองรับการทำงานแบบอัตโนมัติและสามารถควบคุมได้ผ่าน ห้องควบคุมภารกิจ (Mission Control Room) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนฯ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีห้องควบคุมการทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติโดยตรง

โครงการนี้ยังเกิดจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน เช่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM), สวทช. (TMEC), GISTDA, ESA และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกสว.

ก้าวต่อไปสู่การแพทย์แห่งอนาคต ยาน Dragon จะใช้เวลาเชื่อมต่ออยู่กับสถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะนำชุดทดลอง TIGERS-X รวมถึงงานวิจัยอื่นๆ เดินทางกลับมายังโลกในช่วงกลางเดือนมิถุนายน และตกลงสู่มหาสมุทรนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย

ข้อมูลและผลการทดลองที่ได้จาก TIGERS-X จะถูกนำมาวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการอิมัลซิไฟเออร์เชิงลึก ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการพัฒนาระบบการแพทย์มุ่งเป้าเฉพาะบุคคล (Personalized medicines) การพัฒนาระบบการผลิตอาหารในอวกาศ (Space Food System) ไปจนถึงความก้าวหน้าด้านเวชศาสตร์อวกาศ (Space Medicine) ต่อไปในอนาคต 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง