สถิติ PM2.5 ภาคเหนือ 17 จังหวัด จุดความร้อนยังสูงต่อเนื่อง

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือมีข้อมูลรองรับต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจากฐานข้อมูลจุดความร้อนของกรมป่าไม้ ระบบติดตามของ GISTDA และงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมหลายชิ้น ทำให้มองเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดในเชิงเวลาและเชิงพื้นที่ ว่าการเกิดไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และการสะสมของฝุ่น ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เกิดซ้ำต่อเนื่องมาหลายปี
หนึ่งในตัวเลขอ้างอิงสำคัญคือช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 ซึ่ง GISTDA รายงานว่าพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีจุดความร้อนสะสมรวมประมาณ 109,035 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดอยู่ในกลุ่มเชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงราย โดยเชียงใหม่มี 13,094 จุด น่าน 11,632 จุด แม่ฮ่องสอน 11,522 จุด ตาก 10,337 จุด และเชียงราย 10,129 จุด ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้กระจุกอยู่เพียงบางจังหวัด แต่กระจายตัวในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ
ฐานข้อมูลย้อนหลังของหน่วยงานรัฐยังชี้ตรงกันว่า จุดความร้อนจำนวนมากเกิดในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตร กรมพัฒนาที่ดินเคยใช้ข้อมูลดาวเทียม MODIS ช่วงพฤศจิกายน 2557 ถึงเมษายน 2558 วิเคราะห์พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และพบว่าจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าและเขตเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลในระยะหลังจากหลายหน่วยงาน
ในระดับพื้นที่ย่อย รายงานด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดเชียงรายยังพบลักษณะ “พื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก” จากการนำข้อมูลหลายปีมาซ้อนทับกัน ทำให้เห็นว่ามีบางจุดที่เกิดไฟเกือบทุกปี ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยอธิบายได้ว่าปัญหาไฟป่าและฝุ่นในภาคเหนือมีลักษณะวนซ้ำในพื้นที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างไร้แบบแผน
ในด้านระบบติดตามข้อมูล GISTDA ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม VIIRS และ MODIS เพื่อตรวจจับจุดความร้อนต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการติดตามใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนขยายมาครอบคลุม 17 จังหวัด ขณะที่ระบบของกรมป่าไม้สามารถดูข้อมูล hotspot รายวันย้อนหลัง และจำแนกประเภทพื้นที่ได้ เช่น ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตร ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปจัดทำกราฟหรือแผนที่เปรียบเทียบรายปีได้
เมื่อดูพัฒนาการของข้อมูลย้อนหลัง ภาพรวมที่เห็นชัดคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปีเป็นช่วงที่จุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุด และเป็นช่วงเดียวกับที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงที่สุด ฐานข้อมูลที่สะสมต่อเนื่องจึงมีประโยชน์อย่างมากในการแสดงให้เห็นว่า วิกฤตฝุ่นภาคเหนือมีรูปแบบซ้ำเดิมในทุกฤดูกาลเผา
ส่วนต้นตอของฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ งานวิจัยหลายชิ้นระบุใกล้เคียงกันว่า แหล่งกำเนิดหลักมาจากการเผาไหม้ชีวมวล ทั้งไฟป่าและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตภูเขา นอกจากนี้ยังมีไฟป่าซ้ำซากในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน รวมถึงฝุ่นข้ามแดนจากเมียนมาและลาวที่เข้ามาเพิ่มภาระฝุ่นในบางช่วงเวลา
งานวิจัยด้านองค์ประกอบฝุ่นในพื้นที่เชียงใหม่และน่านยังพบว่า ในฤดูหมอกควัน แหล่งกำเนิดสำคัญของ PM2.5 คือการเผาไหม้ชีวมวล และฝุ่นทุติยภูมิที่เกิดจากสารมลพิษในบรรยากาศ ขณะที่ช่วงนอกฤดูหมอกควัน ฝุ่นจากการจราจรและกิจกรรมในเมืองยังคงมีบทบาทอยู่ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่มีการคมนาคมหนาแน่น
อีกปัจจัยที่มีผลชัดคือภูมิประเทศของภาคเหนือซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งล้อมรอบด้วยแนวเขา ทำให้การระบายอากาศทำได้ยาก เมื่อมีการเผาในพื้นที่จำนวนมาก ฝุ่นจึงสะสมอยู่ในบรรยากาศนานกว่าพื้นที่เปิดโล่ง ปัจจัยนี้ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงได้ง่ายในช่วงอากาศนิ่ง แม้บางวันจำนวนจุดความร้อนในเขตเมืองจะไม่ได้สูงมากนัก
เมื่อรวมข้อมูลจากจุดความร้อน แผนที่ PM2.5 และงานวิจัยด้านแหล่งกำเนิดฝุ่น จะเห็นภาพตรงกันว่า ปัญหาฝุ่นภาคเหนือมีฐานข้อมูลรองรับชัดเจน และมีลักษณะต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า ตัวเลข 109,035 จุดในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ใช้ยืนยันขนาดของปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
