รีเซต

หมอธีระวัฒน์ เผย ร้องเพลงถึงแม้ไม่เพราะ ก็ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 240%

หมอธีระวัฒน์ เผย ร้องเพลงถึงแม้ไม่เพราะ ก็ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 240%
TNN ช่อง16
16 กุมภาพันธ์ 2569 ( 07:44 )
11

นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมอง ประธาน ศูนย์ความเป็นเลิศการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข ที่ปรึกษา วิทยาลัยการแพทย์ แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ให้วมรู้ทางการแพทย์ผ่านเพจ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยระบุว่า

การร้องเพลงไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่เป็น "เครื่องมือดูแลสุขภาพแบบองค์รวม" ที่เรามักมองข้ามไป

การร้องเพลงถึงส่งผลต่อร่างกายได้

1. พลังของ sIgA: ปราการด่านหน้า

Secretory Immunoglobulin A (sIgA) คือแอนติบอดีที่พบมากในน้ำลายและเยื่อบุต่าง ๆ หน้าที่ของมันคือดักจับเชื้อโรคก่อนที่จะเข้าสู่กระแสเลือด การที่การร้องเพลงไปเพิ่มค่านี้ได้สูงถึง 150-240% (อ้างอิงจากงานวิจัยของ University of Frankfurt) หมายความว่าเรากำลังสร้าง "เกราะป้องกัน" ชั้นดีให้กับระบบทางเดินหายใจนั่นเอง

2. วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเสียงเพลง

ทำไมแค่ร้องเพลงถึงเปลี่ยนเคมีในร่างกายได้?

 • การลด Cortisol: การร้องเพลงช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการหลักที่คอยกดภูมิคุ้มกันของเรา

 • Vagus Nerve Stimulation: การสั่นสะเทือนของเส้นเสียงไปกระตุ้น เส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve) ซึ่งเชื่อมต่อกับอวัยวะสำคัญทั่วร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมด "พักผ่อนและย่อยอาหาร" (Parasympathetic Mode)

 • Endorphins & Oxytocin: ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขและสารแห่งความผูกพันออกมา ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความมั่นใจมากขึ้น

ไม่จำเป็นต้องร้องให้เพราะระดับนักร้องอาชีพงานวิจัยยืนยันว่า "การมีส่วนร่วมและความตั้งใจ" (Active Participation) สำคัญกว่าคุณภาพของเสียง 

ดังนั้น การร้องเพลงในห้องน้ำ หรือร้องคาราโอเกะกับเพื่อน ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน

งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาด้าน Music Psychology และ Psychoneuroimmunology 

โดยชิ้นที่โดดเด่นและตรงกับตัวเลขมากที่สุดคืองานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในเยอรมนี

1. งานวิจัยหลัก: University of Frankfurt (Germany)

งานวิจัยนี้ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุดเกี่ยวกับเรื่อง sIgAโดยตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Behavioral Medicine

 • หัวข้อวิจัย: Receptive and Active Therapeutic Interventions with Music to Enhance the Salivary Immunoglobulin A

 • วิธีการศึกษา: ผู้วิจัยเก็บตัวอย่างน้ำลายจากสมาชิกคณะนักร้องประสานเสียงก่อนและหลังการซ้อมร้องเพลง (Rehearsal) นาน 60 นาที

 • ผลการทดลอง: พบว่าระดับของ sIgA (Secretory Immunoglobulin A) และ Cortisol มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ sIgA ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มที่ร้องเพลง (Active singing) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่นั่งฟังเฉย ๆ

 • ลิงก์อ้างอิง: PubMed - PMID: 15132155

2. งานวิจัยจาก Tenovus Cancer Care และ Royal College of Music (UK)

งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาผลของการร้องเพลงต่อระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งและผู้ดูแล ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในเรื่องของสารเคมีในร่างกาย

 • หัวข้อวิจัย: Singing promotes resilience and immune self-repair: Determinants of salivary cytokines and cortisol

 • ตีพิมพ์ใน: วารสาร eCancerMedicalScience(2016)

 • ผลการทดลอง: การร้องเพลงเพียง 1 ชั่วโมง ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และเพิ่มระดับของ Cytokines (สารสื่อประสาทในระบบภูมิคุ้มกัน) ซึ่งช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยได้ดีขึ้น

3. งานวิจัยเกี่ยวกับระดับ Oxygen และการหายใจ

นอกเหนือจากสารเคมี ยังมีการศึกษาถึงกลไกทางกายภาพ (Physiological) โดยเฉพาะจากสถาบันทางเดินหายใจ

 • หัวข้อวิจัย: Effects of singing on lung function and quality of life

 • สาระสำคัญ: การร้องเพลงต้องใช้การหายใจแบบ Diaphragmatic Breathing (การหายใจด้วยกระบังลม) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอด และส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ที่ควบคุมภูมิคุ้มกัน

สรุป

ตัวแปร (Marker) สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อร้องเพลง

sIgA เพิ่มขึ้น (ป้องกันเชื้อโรคที่เยื่อบุผิว)

Cortisol ลดลง (ลดความเครียดที่กดภูมิคุ้มกัน)

Beta-endorphins เพิ่มขึ้น (ระงับปวดและสร้างความสุข)

Oxytocin เพิ่มขึ้น (สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย)

ว่าแล้ว หมอ ต้องเริ่มหัดร้องเพลงในห้องน้ำแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง