เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยประเมินกรอบที่ 1,560-1,575 หนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม Tech-AI หลังถูก Selloff รุนแรงในคืนวันศุกร์ อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าการฟื้นตัวจะยังจำกัดในระยะสั้น โดย Bond Yield สหรัฐฯ ยังคงยืนในระดับสูง (10 ปีอยู่ที่ 4.57%) สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อที่ยังเร่งขึ้น รวมถึงโอกาสที่ Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้จากปัจจุบันที่ 3.50-3.75%
โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI สหรัฐฯในช่วงกลางสัปดาห์ หากออกมาสูงกว่าคาดจะเป็นปัจจัยกดดัน Bond Yield และสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนด้านพัฒนาการของสงครามเริ่มผ่อนคลายลงบ้างหลังล่าสุดอิหร่านและอิสราเอลส่งสัญญาณยุติการโจมตีเพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ชะลอตัวลงสู่ระดับ US$94 ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามว่าสถานการณ์จะยื้ดเยื้อข้ามไปยัง 3Q26 หรือไม่ซึ่งจะทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจยาวนานกว่าที่ตลาดประเมิน ในกรณีดีหากหากสถานการณ์คลี่คลายได้ภายในกลางปีนี้ และทำให้ราคาน้ำมันทยอยปรับตัวลงใน 2H26 คาดว่าจะเป็น Sentiment บวกต่อตลาดหุ้นและหนุนให้เกิด Sector Rotation เข้าหากลุ่ม Domestic/Consumption Play Anti-Commodity และ Yield Sensitive เช่น ไฟแนนซ์ ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว ค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งยัง Laggard SET
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง และได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย : BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ : BA
- Reinitiate ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท
- เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ Demand ตลาดท่องเที่ยวพรีเมียมซึ่งรวมถึงสมุย ที่จะช่วยรักษาระดับ Passenger Yield รวมถึงผลบวกจากการเพิ่มเที่ยวบิน นอกจากนี้การมีธุรกิจสนามบินจะช่วยลดความผันผวนและเพิ่มคุณภาพของกำไรในระยะยาว
- ระยะสั้นคาดกำไร 2Q26 จะลอตัวเหลือ 178 ลบ. จาก Low Season แต่คาดว่าจะฟื้นตัวแรงใน 3Q26 จาก High Season ของสมุย ยังคงเป็นหุ้นที่เรามองว่าจะได้ประโยชน์สูงหากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันผ่อนคลาย ขณะที่ Dividend Yield น่าสนใจราว 6-8% ต่อปีในช่วงปี 2026-28
- แนวรับ 15.80//15.50 บาท แนวต้าน 16.50-16.60//17 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดตลาดหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน แต่อาจเห็น Technical Rebound ในระยะสั้น หลังรับรู้ปัจจัยลบไปพอสมควร และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงบ้างจากการเจรจาหยุดยิง อย่างไรก็ตาม ทิศทาง Fund Flow ยังคงถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุ 32.85 บาท/ดอลลาร์ และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
ปัจจัยในประเทศ
- นายกฯ พบเอกชนไทยในเวียดนาม ดันลงทุนข้ามพรมแดน-หนุนขยายตลาดอาเซียน
- THAI ชงบอร์ด 15 มิ.ย. ทุบโต๊ะตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบินอู่ตะเภา 1.3 หมื่นล้านบาท เซ็นเช่าพื้นที่ 210 ไร่ EEC
- IATA เตือนค่าตั๋วเครื่องบินยังสูงอีกนาน เหตุวิกฤตพลังงานลากยาว
- KKP ชี้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดส่งสัญญาณเศรษฐกิจเปลี่ยนทิศ แนะถอดบทเรียนอินโดนีเซีย ฟันธง ธปท. ตรึงดอกเบี้ย
- คลัง นัดประชุมคณะกรรมการประชารัฐฯ ทบทวนเกณฑ์ "บัตรคนจน" ปมลดหย่อนภาษี 11 มิ.ย. นี้
- Fitch Ratings ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่ระดับ BBB พร้อมประเมินแนวโน้มมีเสถียรภาพ
Fund Flow และตลาดการเงิน
- ตลาดหุ้น (SET): นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,507 ล้านบาท (SET+MAI)
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ 32.85/87 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าขานรับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด
ปัจจัยต่างประเทศ
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง: อิหร่านส่งสัญญาณยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอล หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามตกลงหยุดยิง กองบัญชาการทหารส่วนกลางของอิหร่านเตือนว่า หากอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไปจะมีการดำเนินการที่รุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม
- ซาอุดีอาระเบีย ประกาศปรับลดราคาน้ำมันดิบ Arab Light สำหรับส่งมอบเดือน ก.ค. ให้กับภูมิภาคเอเชียลง 6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางอุปสงค์ที่ชะลอตัวในจีน
- ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ในการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี เพื่อยืนยันอิทธิพลของปักกิ่งและท่าทีต่อโครงการนิวเคลียร์
- ผู้อำนวยการ IMF (คริสตาลินา จอร์จีวา) เตือนว่าโลกจำเป็นต้องสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่สามารถทนต่อวิกฤตที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และต้องระวังความไม่เท่าเทียมกันที่จะเกิดจากการแพร่กระจายของเทคโนโลยี AI
- หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 2.3% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด โดยซีอีโอ เจนเซน หวง มองว่าการเทขายหุ้นกลุ่มชิปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อในราคาที่ลดลง
- Bitcoin ทรงตัวเหนือระดับ 62,800 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัท Strategy Inc. เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 101 ล้านดอลลาร์
- นักวิเคราะห์ของ Bernstein มองว่าเงินทุนไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF มูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ไม่ได้บั่นทอนแนวคิดการเป็นแหล่งเก็บมูลค่า (Store-of-value) ในระยะยาว
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
- 9-Jun: CH, Exports YoY May, Surv=14.30%, Prior=14.10%
- 9-Jun: CH, Exports YoY CNY May, Surv=--, Prior=9.80%
•9-Jun: US, Existing Home Sales MoM May, Surv=1.05%, Prior=0.20%
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,550 – 1,560 แนวต้าน 1,570 – 1,580 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังอิหร่าน& อิสราเอลประกาศหยุดยิง แต่การฟื้นตัวยังจำกัดระหว่างผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ ในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยซื้อกลุ่มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน GULF, BGRIM, AMATA, WHA, WHAUP, STECON, CK และพักเงินในกลุ่มปลอดภัย BH,BDMS,PR9,BLA,TLI / เก็งกำไร CPALL, MINT, CENTEL, AWC, ADVANC, TRUE รับกระแสฟุตบอลโลก
MINT* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 31.25 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 เติบโตหนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรป และมีโมเมนตัมที่ดีต่อใน 3Q69 ที่เป็น high season ส่วนภาพรวมทั้งปีบริษัทคงเป้าหมาย 3 ปี (ปี 69-71) รายได้โต 7-9%YoY กำไรจาการดำเนินงานเติบโตราว 15-20% CAGR ตั้งงบลงทุนในปี 69 วงเงิน 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงโรงแรม ขยายทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ยังมีแผนนำสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรมในยุโรปและไทย ขายเข้ากอง REIT มูลค่าราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปลดภาระหนี้ ตั้งเป้าปีนี้ Net Debt/Equity ที่ 0.75-0.85 เท่าจากสิ้นปี 68 ที่ 0.86 เท่า อิงจาก consensus คาดกำไรปี 69 ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท +9%YoY ส่วนปี 70 คาดกำไรสุทธิ 1.09 หมื่นล้านบาท +11%YoY
MAGURO* (ทะยอยซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.67 บาท) ธุรกิจร้านอาหารมีความคาดหวังจาก Multiple Effect หลังเดือน มิ.ย.69 เริ่มใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ MAGURO* อยู่ที่ 34 ลบ.(+5%YoY, -25%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพ YoY แม้ SSSG -0.8% แต่มีแรงหนุนจากสาขา/แบรนด์ใหม่ๆ เช่น KIWAMIYA ด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 ยังมีโอกาสบวก YoY ได้ต่อเนื่องหนุนด้วยแบรนด์ใหม่ปีนี้นำโดย IPPE KOPPE และ Chopman ทั้งนี้ MAGURO* วางเป้ารายได้ปี69 +30%YoY และเป้าขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ MAGURO* ปี69 และ70 ที่ 163 ลบ.(+9%YoY) และ 211 ลบ.(+29%YoY) ตามลำดับ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
