CENTEL อีเวนต์ใหญ่จองพุ่ง Q4 พีคหนุนโยกไทยเที่ยวไทย

#CENTEL #ทันหุ้น - CENTEL มองไตรมาส 4 พุ่ง ไทยจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ เทศกาลสำคัญอื้อ มี Golden Week จีนหนุนยอดจองโรงแรมล่วงหน้าพื้นที่จัดงานพุ่ง 70-85% ลั่นรัฐบาลเลื่อน “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ไปไตรมาส 2 ปี หน้าเหมาะสมช่วยกระตุ้นช่วงโลว์ซีซัน ด้านนักวิเคราะห์ คาด RevPar ไตรมาส 4 โต 7-9% กำไรสุทธิปี 2569 แตะ 2,222 ล้านบาท โต 18.2%
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แสดงทรรศนะ กรณีที่รัฐบาลเลื่อนโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ไปเริ่มใช้สิทธิ์ราวไตรมาส 2/2570 จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการราวไตรมาส 4/2569 ว่า เป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องไตรมาส 1 ของทุกปี ถือเป็นช่วงไฮ ซีซั่นของการเดินทางท่องเที่ยว
ประกอบกับในช่วงไตรมาส 4/2569 ยังมีแรงหนุนจากกิจกรรมระดับนานาชาติและเทศกาลสำคัญหลายรายการ ทั้งเทศกาล Golden Week ของจีนช่วงระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2569, ต่อด้วยงาน Global Economic Forum Bangkok 2026 Annual Meeting ระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2569 เทศกาลดนตรี Tomorrowland วันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 และปิดท้ายด้วยงานเคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการเดินทางในช่วง High Season
สะท้อนจากสถิติยอดจองยอดจอง On the book โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ช่วงวันที่ 1-9 ตุลาคม 2569 เร่งตัวสูงกว่า 75% เทียบกับยอดจอง On the book เฉลี่ยทั้งเดือนตุลาคมที่ประมาณ 40–50% เช่นเดียวกับยอดจอง On the book โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยาช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ที่เร่งตัวกว่า 85% เมื่อเทียบกับเฉลี่ยทั้งเดือน ณ ปัจจุบันที่ราว 45% และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ณ ปัจจุบันมียอดจองยอดจอง On the book ระหว่างวันที่ 10 – 14 ตุลาคม 2569 เร่งตัวเกือบ 70% จากยอดจอง เฉลี่ยตลอดทั้งเดือนที่ประมาณ 40–50%
“จากสถิติยอดจอง On the book ณ ปัจจุบัน มีแนวโน้มว่าผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2569 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี และจะเป็น “ฐานสูง” ในปีหน้า ดังนั้นการที่รัฐบาลจะมีโครงการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซันในปีหน้าจะเข้ามาเป็นปัจจัยหนุนภาพรวมผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการฯ ให้มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”
ต่อกระแสข่าวที่รัฐบาลจีนเตรียมดำเนินนโยบายเชิงรุกในการเดินทางออกนอกประเทศ นายกันย์ กล่าวว่า การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่มีประวัติหรือพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเดินทางออกนอกประเทศ จะช่วยคัดกรองนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทาง และเป็นผลดีต่อประเทศปลายทางที่มีโอกาสได้รับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น จึงไม่มีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยสำคัญ
เคาะ “ซื้อ” เป้า 50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ธุรกิจโรงแรมของ CENTEL มีความยืดหยุ่นจากการกระจายพอร์ตโรงแรมในหลายประเทศ จึงรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ไม่รวมดูไบ เติบโตระดับสูงหลักเดียว (High Single Digit) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แม้ราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) ยังทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งกดดันต้นทุนและภาพรวมการเดินทาง
ขณะที่ข้อมูลการจองห้องพักล่วงหน้า (On The Books) สำหรับไตรมาส 4/2569 ยังส่งสัญญาณบวก คาด RevPar เติบโตระดับ 2 หลักจากปีก่อน หรือราว 7-9% หากรวมดูไบ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโรงแรมไทยที่เติบโตระดับกลางหลักสิบ และมัลดีฟส์ที่ขยายตัวราว 30-40% สะท้อนโอกาสที่กำไรปกติจะเติบโตเด่นจากทั้งรายได้โรงแรมที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรที่ดีขึ้นตามการใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ เบื้องต้นประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่ 2,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% YoY
สำหรับปี 2570 แนวโน้มธุรกิจยังมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาเปิดให้บริการโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วในกระบี่และหัวหิน โดยโรงแรมกระบี่คาดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569 พร้อมปรับแบรนด์จาก Centara Grand ระดับ 5 ดาว เป็น Centara Reserve ระดับ Luxury ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่โรงแรมหัวหินจะเพิ่มจำนวนห้องจากเดิม 251 ห้องเป็น 481 ห้อง แบ่งเป็น Centara Grand 209 ห้อง ส่วน Villa 72 ห้อง และ Centara Life 200 ห้อง โดยคาดทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2570 นอกจากนี้ โรงแรมใหม่ 2 แห่งในมัลดีฟส์ ยังมีแนวโน้มผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสขาดทุนทั้งปีต่ำกว่าประมาณการเดิมของบริษัทที่ 3-4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ระยะปี 2570-2571 กำไรปกติมีโอกาสเติบโตจากการรับรู้รายได้โรงแรมกระบี่และหัวหินเต็มปีมากขึ้น รวมถึงการที่โรงแรมมัลดีฟส์ทั้ง 2 แห่งทยอยเข้าสู่จุดคุ้มทุนและเริ่มสร้างกำไรจึงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2570 เติบโตต่อเนื่อง 10% YoY แตะ 2,444 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่อง 11.30% YoY แตะ 2,720 ล้านบาท ในปี 2571 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 50 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
