รีเซต

PYLON แบ็กล็อก2.2พันล.จับตาเมกะโปรเจ็กต์รัฐ

PYLON แบ็กล็อก2.2พันล.จับตาเมกะโปรเจ็กต์รัฐ
ทันหุ้น
5 พฤษภาคม 2569 ( 09:17 )

#PYLON #ทันหุ้น – PYLON ตุนแบ็กล็อกแน่น 2,207 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์! หนุนผลงานปี 69 โตต่อ บิ๊กบอส “ชเนศวร์  แสงอารยะกุล” คงเป้ารายได้โต 10-15% ชี้เมกะโปรเจ็กต์รัฐปลุกดีมานด์งานเสาเข็มคึกคัก

ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐที่ออกมาตรการช่วยเหลือผู้รับเหมา ปัจจุบันบริษัทยังไม่เห็นผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอการประกาศโครงการจริง รวมถึงติดตามประเด็นการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นว่าจะส่งผลต่อการลงทุนมากน้อยเพียงใด

เร่งค่าชดเชย

ส่วนกรณีการเร่งเบิกจ่ายชดเชย หรือค่า K นั้น ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้รับเหมาช่วง หรือ Subcontractor ค่า K ส่วนใหญ่อาจส่งผ่านมาถึงบริษัทไม่มากนัก ดังนั้นแนวทางหลักคือการเจรจากับผู้ว่าจ้างโดยตรง เพื่อขอความช่วยเหลือในส่วนของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน และวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ โดยไม่กระทบต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ และยังคงรักษาการเติบโตของกำไรได้

สำหรับการรับงานโครงการใหม่ บริษัทมองว่าจำเป็นต้องปรับราคาต้นทุนให้สะท้อนความผันผวนล่วงหน้า โดยโครงการภาครัฐที่จะออกมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทางหลวง ทางด่วน รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟทางคู่ จะช่วยสร้างดีมานด์ให้กับตลาดเสาเข็ม และส่งผลดีต่อภาคเอกชน ขณะที่ปัจจุบันผู้ประกอบการเสาเข็มรายใหญ่ในตลาดเหลือเพียง 2-3 ราย หากมีดีมานด์ใหม่เข้ามา คาดว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ได้รับงานเป็นหลัก

ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กอาจเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างต้นทุนที่ไม่เหมาะสม ภาระหนี้สูง หรือการรับงานที่มีอัตรากำไรต่ำ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุน สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน บริษัทยังไม่เห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน หลังมีการเลื่อนโครงการออกมาหลายครั้ง

ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ยังเป็นโครงการระยะยาว โดยต้องใช้เวลาศึกษาอีกอย่างน้อย 1 ปี และเข้าสู่กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) อีกประมาณ 2-3 ปี ขณะที่รัฐบาลอาจเปิดให้ต่างชาติเป็นผู้ลงทุนหลักผ่านรูปแบบการประมูล

แบ็กล็อกแน่น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังคงมีทิศทางเติบโตที่ดี แม้จะมีช่วงสุญญากาศจากการเปลี่ยนผ่านระหว่างโครงการเก่าและโครงการใหม่ ซึ่งเป็นภาวะปกติของธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% โดยมีงานในมือ หรือ Backlog อยู่ที่ประมาณ 2,207 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือ All-time High และส่วนใหญ่เป็นงานภาคเอกชน

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จาก Backlog ในปีนี้ประมาณ 1,600-1,700 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีงานรองรับเต็มมือไปจนถึงปลายปี สำหรับโครงการที่ประมูลได้แต่ยังไม่ได้ลงนามสัญญา บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขอปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่วนการรับงานใหม่คาดว่าจะกลับมาเห็นอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4/2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง