“ฝุ่น” คลุมเมืองกลางม.ค. รัฐงัดทุกมาตรการ สกัดวิกฤต PM2.5

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 15–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้นร่วมกับอัตราการระบายอากาศที่ต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในหลายพื้นที่ ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงหลังวันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการรับมืออย่างเข้มข้น โดยกำชับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เฝ้าระวังและป้องกันการเผาในพื้นที่ป่าอย่างเคร่งครัด พร้อมมอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สื่อสารไปยังหน่วยงานในพื้นที่เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ งดการเผาในช่วงสภาวะอากาศปิด
ขณะเดียวกัน ได้ประสานกรุงเทพมหานครพิจารณายกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) รวมถึงพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่อลดปริมาณการจราจร และยังได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) ช่วยบรรเทาการสะสมของฝุ่นละออง นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
ด้านนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. พบว่าปริมาณ PM2.5 ในหลายพื้นที่ของประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง ได้แก่ เขตบางรัก ปทุมวัน และสาทร รวมถึงจังหวัดนนทบุรีและสมุทรสาคร ส่วนพื้นที่อื่นอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับค่าฝุ่นรายภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือ 7.5–52.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27.3–64.9 ภาคกลางและตะวันตก 31.5–71.8 ภาคตะวันออก 20.6–56.7 ภาคใต้ 16.1–44.9 และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 39.1–98.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ศกพ. ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้รถโดยสารสาธารณะเพื่อลดการจราจร และหากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันฝุ่น พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
