ฝุ่นกลับมาแต่เรายังไม่มี พรบ.อากาศสะอาด รัฐบาลใหม่ตั้งแล้ว กฎหมายกลับเข้าสภาอีกได้ไหม ?

ค่าฝุ่น PM2.5 แดง อากาศพร้อมมลพิษกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไทยก็ยังไม่มีกฎหมาย พรบ.อากาศสะอาดเสียที หลังจากที่มีการยุบสภาไปก่อนที่ กฎหมายนี้จะผ่านบังคับใช้
แล้วเมื่อตอนนี้เรามีรัฐบาลใหม่แล้ว กฎหมายนี้ ที่ผ่านไปถึงวาระ 3 แล้ว จะถูกนำมาเสนอใหม่ในสภาได้หรือไม่ และต้องเริ่มพูดคุยกันในขั้นตอนไหน เราถึงจะมีกฎหมายนี้บังคับใช้กันจริงๆ ได้ ?
ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... อยู่ในสภามาหลายรัฐบาล ยาวนานถึง 1 ปี 9 เดือน นับแต่สภารับหลักการวาระหนึ่ง และนับเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ตั้งแต่ที่มีการลงชื่อโดยประชาชน เสนอกฎหมายครั้งแรกในปี 2563 และในวันที่ 21 กันยายน 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ผ่านร่างกฎหมายนี้ ในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 309 เสียง
แต่ระหว่างที่อยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งถือว่าเกินครึ่งทางแล้ว ก็เกิดการยุบสภาขึ้น จนกฎหมายก็ตกตามกระบวนการไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้น หลังการเปิดสภาของรัฐบาลใหม่ภายใน 60 วัน หากรัฐบาลมีการหยิบยกร่างพระราชบัญญัติฉบับใดกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ร่างกฎหมายฉบับนั้นก็จะกลับเข้าสู่ขั้นตอนเดิมที่ค้างไว้
แต่อาจจะมีการพิจารณาใหม่ว่า จะใช้คณะกรรมาธิการชุดเดิม หรือจะตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหม่เพื่อพิจารณาต่อไป
ถึงอย่างนั้น ในสมัยรัฐบาลของอดีต นายกฯ เศรษฐา ที่มีการยืดเยื้อของการเลือกแคนดิเดตนายกฯ ก็ไม่ได้นำร่าง พรบ.นี้ มาพิจารณาต่อในสมัยรัฐบาลใหม่ ทำให้ต้องมีการเสนอใหม่มาแล้ว ดังนั้นก็ต้องรอดูว่า ท่ามกลางคุณภาพอากาศที่อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างอันตรายต่อสุขภาพนั้น รัฐบาลจะนำร่างนี้มาพูดคุยกันหรือไม่
สำหรับ พรบ.นี้ เป็นผลจากการบูรณาการร่างทั้งหมด 7 ฉบับ ของพรรคต่างๆ และภาคประชาชน โดยเนื้อหานั้น จะมีการลงโทษชัดเจนแก่ผู้ก่อมลพิษ โดยการยึดหลักการผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) พร้อมมาตรการจูงใจการปรับพฤติการ มีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน รวมถึงชื่อของผู้ก่อมลพิษและผลิตภัณฑ์ที่เป็นต้นเหตุ
มีการกำหนดกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังที่ได้รับผลกระทบจะได้รับสิทธิชดเชยเยียวยา รักษาและตรวจสุขภาพฟรีกับโรงพยาบาลรัฐอย่างทั่วถึง
กระจายอำนาจ ให้นายก อบจ. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด และมีอำนาจสั่งตรวจสอบ แก้ปัญหาในพื้นที่
ไปถึงจะมี ‘กองทุนอากาศสะอาด ที่ส่วนหนึ่งเป็นค่าธรรมเนียมจากผู้ก่อมลพิษ สามารถนำเงินไปใช้เยียวยา และใช้แก้ไขปัญหาฝุ่น โดยลดขั้นตอนการเบิกจ่ายตามระบบราชการ ทั้งยังมีการตั้งคณะกรรมการระดับประเทศ เพื่อกำหนดหลักวิชาการ หลักเกณฑ์ และกติกาต่าง ๆ รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการเศรษฐกิจ และกลไกด้านการบังคับใช้อย่างจริงจัง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
