รีเซต

เตือน! ฝุ่น PM2.5 จิ๋วแต่ร้าย บุกทะลวงถึง "สมอง" โดยตรง ต้นเหตุ "หลอดเลือดสมอง" ตีบ-แตก-ตัน และสมองเสื่อม

เตือน! ฝุ่น PM2.5 จิ๋วแต่ร้าย บุกทะลวงถึง "สมอง" โดยตรง ต้นเหตุ "หลอดเลือดสมอง" ตีบ-แตก-ตัน และสมองเสื่อม
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 11:58 )
14

ผลวิจัยทั้งในและต่างประเทศชี้ชัด “ฝุ่น PM2.5” ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่กระทบลึกถึง “สมอง” ทุกช่วงวัย ขณะที่ระดับฝุ่นที่พุ่งสูงทุก 5 ไมครอนฯ สัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และหากสะสมในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยง “อัลไซเมอร์” ในอนาคต


ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีและหัวหน้าหน่วยวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ร่างกาย ผ่านระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด โดยผ่านกลไกสำคัญ เช่น ผนังกั้นปอด การแลกเปลี่ยนแก๊ซ กระแสเลือด (Lung-Gas-Blood Barrier) , ลำไส้ ไมโครเบียลและสมอง (Gut-Microbiota-Brain Axis) เมื่อเข้าสู่ร่างกาย PM2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะ ความเครียดของเซลล์หลอดเลือด(oxidative stress) ส่งผลให้เซลล์หลอดเลือดทำงานผิดปกติ เกิดการอักเสบ และลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ขณะเดียวกันมีหลักฐานจากการทดลองในสัตว์ โดยให้สัมผัส PM2.5 ผ่านการสูดดม ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า PM2.5 ส่งผลทำให้หลอดเลือดในสมองเกิดการแข็งตัวได้


ข้อมูลการศึกษาในระดับประชากรยังพบว่า การเพิ่มขึ้นของ PM2.5 มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยทุกการเพิ่มขึ้นของ PM2.5 จำนวน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอัมพาตและการเกิดซ้ำของโรคหลอดเลือดสมองถึง 24% และเพิ่มความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ถึง 30% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

นอกจากนี้การได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากอากาศเป็นเวลาหลายปี ยังส่งผลให้สมองสะสมโปรตีนอะไมลอยด์ (Aβ42) มากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยผลการศึกษาประชากรจำนวน 1,113 คน อายุ 45-75 ปี ที่มีสุขภาพสมองปกติ พบว่า


• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 1 ปี ทำให้ระดับโปรตีนอะไมลอยด์ ลดลง 10.1%

• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 3 ปี ทำให้ระดับ Aβ42 ลดลง 7.8%

• การได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 5 ปี มีแนวโน้มลดลง 7.6% แต่ยังไม่แน่ชัดทางสถิติ

ผศ.นพ. สุรัตน์ ตันประเวช ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การศึกษาในปี พ.ศ. 2566 ในวารสารด้านประสาทวิทยา ยืนยันว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5นี้ มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดความเสียหายของระบบประสาทในหลายมิติ ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก ส่งผลให้มีแนวโน้มพัฒนาการสมองล่าช้า ระดับสติปัญญา หรือ IQ ต่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการเรียนรู้ ความโง่ ความฉลาด และอารมณ์ในวัยรุ่น โดยเฉพาะอาการซึมเศร้า ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย 


ตลอดจนการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและอัลไซเมอร์อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูง แนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย , ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนหรือในบ้าน , หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง และควรงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง