รีเซต

งานวิจัยชี้ นักฟุตบอล สมองอาจมีปัญหาเร็วขึ้น จากการโหม่งบอล

งานวิจัยชี้ นักฟุตบอล สมองอาจมีปัญหาเร็วขึ้น จากการโหม่งบอล
TNN ช่อง16
16 กรกฎาคม 2569 ( 00:31 )
15

แม้ที่ผ่านมา งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการเล่นกีฬาต่อสมองจะมุ่งเน้นไปที่นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลเป็นหลัก แต่ข้อมูลใหม่ชี้ว่า นักฟุตบอลอาชีพก็อาจเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพสมองเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ ตลอดอาชีพการเล่น

ผลการศึกษาที่นำเสนอในการประชุม Alzheimer’s Association International Conference (AAIC) 2026 ณ กรุงลอนดอน พบว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพวัยกลางคนเริ่มแสดงสัญญาณความผิดปกติของสมองและระบบประสาท แม้ยังไม่ถึงวัยที่มักพบโรคสมองเสื่อม


อดีตนักฟุตบอลอาชีพมีอาการทางจิตใจและสมองมากกว่าคนทั่วไป


นักวิจัยศึกษากลุ่มตัวอย่างอดีตนักฟุตบอลอาชีพจำนวน 142 คน อายุระหว่าง 30–60 ปี เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬาที่มีการปะทะ

ผลการศึกษาพบว่า อดีตนักฟุตบอลมีแนวโน้มรายงานอาการต่อไปนี้มากกว่า ได้แก่

  • วิตกกังวล
  • ภาวะซึมเศร้า
  • ปัญหาด้านการคิดและการตัดสินใจ

แม้ว่าการทดสอบด้านความจำและการรับรู้ (Cognition) จะยังไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่การสแกนสมองกลับพบว่า ปริมาณเนื้อสมองสีเทา (Gray Matter) ลดลงในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับ

  • ความจำ
  • สมาธิและความสนใจ
  • การตัดสินใจ
  • การควบคุมอารมณ์

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า ข้อมูลนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากการเล่นฟุตบอลโดยตรง เพราะอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย จำเป็นต้องติดตามผลระยะยาวเพิ่มเติม



ทำไมการศึกษาช่วงวัยกลางคนจึงสำคัญ


ที่ผ่านมา งานวิจัยเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมส่วนใหญ่มักศึกษาผู้สูงอายุอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อาการของโรคเริ่มแสดงชัดเจน

แต่การศึกษาครั้งนี้เลือกติดตามอดีตนักฟุตบอลในช่วงวัยกลางคน ทำให้นักวิจัยสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสมองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดโรคทางระบบประสาทในอนาคต


ไม่ใช่แค่ "สมองกระทบกระเทือน" แต่คือการกระแทกซ้ำ ๆ


ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาระบุว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าความเสี่ยงของนักกีฬาเกิดจาก ภาวะสมองกระทบกระเทือน (Concussion) เพียงอย่างเดียว

ความจริงแล้ว สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ การได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ (Repetitive Head Impacts) ซึ่งอาจเกิดขึ้นตลอดหลายปีของการเล่นกีฬา


สำหรับฟุตบอล แรงกระแทกเหล่านี้อาจเกิดจาก


  • การโหม่งลูกฟุตบอล (Headers)
  • การปะทะกับผู้เล่นคนอื่น
  • การล้มกระแทกพื้น
  • การปะทะกับลูกบอลด้วยความเร็วสูง

นักวิจัยเชื่อว่าการสะสมของแรงกระแทกเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาว แม้ผู้เล่นจะไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองกระทบกระเทือนก็ตาม



แล้วเด็กหรือคนเล่นฟุตบอลทั่วไปควรกังวลหรือไม่?


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังไม่ควรตีความว่าผู้เล่นฟุตบอลทุกคนมีความเสี่ยงเท่ากับนักฟุตบอลอาชีพ

เนื่องจากงานวิจัยนี้ศึกษากลุ่มผู้เล่นระดับอาชีพ ซึ่งได้รับแรงกระแทกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่า ต้องได้รับแรงกระแทกมากเพียงใดจึงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางสมอง


อย่างไรก็ตาม การป้องกันไว้ก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญ


ตัวอย่างเช่น สหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ (US Soccer Federation) ได้กำหนดมาตรการลดความเสี่ยงตั้งแต่ปี 2016 ได้แก่

ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ฝึกโหม่งลูกฟุตบอล

จำกัดเวลาฝึกโหม่งในเด็กอายุ 11–13 ปี

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะตั้งแต่วัยเด็ก


เล่นกีฬาได้ แต่ต้องเล่นอย่างปลอดภัย


ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ผลการศึกษานี้ไม่ได้ต้องการให้ผู้คนเลิกเล่นฟุตบอลหรือหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย เพราะการมีกิจกรรมทางกายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพสมอง

สิ่งสำคัญคือการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย ลดการกระแทกที่ศีรษะเมื่อทำได้ และสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง

หากหลังการเล่นกีฬามีอาการต่อไปนี้ต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์

  • ปวดศีรษะเรื้อรัง
  • เวียนศีรษะ
  • ความจำลดลง
  • สมาธิสั้นลง
  • วิตกกังวลหรือซึมเศร้า
  • มีปัญหาในการคิด การวางแผน หรือการตัดสินใจ

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ปัญหาสุขภาพจิตและความผิดปกติด้านการรับรู้หลายอย่างสามารถรักษาหรือฟื้นฟูได้ หากได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ

ที่มา : https://edition.cnn.com/2026/07/12/health/soccer-brain-health-wellness

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง