ตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมอง ตัวช่วยคัดกรองอัมพฤกษ์-อัมพาต

โรคหลอดเลือดสมองอาจเริ่มต้นจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่แสดงอาการ ผู้ที่มีคราบไขมัน (Plaque) สะสมในหลอดเลือดจำนวนมากอาจยังไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความเสี่ยง จนกระทั่งเกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน การตรวจประเมินสุขภาพหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยค้นหาความเสี่ยง วางแผนป้องกัน และลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างเหมาะสม
นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาทเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากการการมีคราบไขมัน (plaque) สะสมในหลอดเลือด โดยคราบไขมันดังกล่าวสามารถเพิ่มขนาดขึ้นจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หรืออาจหลุดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปลิวไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ส่งผลให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตได้ในที่สุด
โดยในปัจจุบัน มีนวัตกรรมการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดที่คอและในสมอง เพื่อประเมินระบบไหลเวียนเลือดอย่างครอบคลุม ซึ่งประกอบด้วยการตรวจร่วมกัน 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
Carotid Doppler Ultrasonography เป็นการตรวจหลอดเลือดแดงคาโรติดบริเวณลำคอที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจขึ้นไปเลี้ยงสมอง โดยจะช่วยประเมินการสะสมของคราบไขมันหรือหินปูน ตรวจสอบภาวะหลอดเลือดตีบแคบ การไหลเวียนของเลือด และตรวจความหนาตัวที่ผิดปกติของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่
TCD หรือ Transcranial Doppler Ultrasonography ป็นการตรวจลึกลงไปถึงหลอดเลือดแดงภายในสมองที่เป็นแขนงต่อเนื่องจากหลอดเลือดที่คอ เพื่อประเมินภาวะตีบตันและการไหลเวียนของเลือดภายในสมอง เมื่อนำการตรวจทั้งสองรูปแบบมาใช้ร่วมกันจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพการไหลเวียนของเลือดได้อย่างครอบคลุมและชัดเจน ตั้งแต่บริเวณลำคอไปจนถึงหลอดเลือดสำคัญภายในกะโหลกศีรษะ
จุดเด่นของการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมองทั้งสองประเภทพร้อมกัน คือ มีความสามารถในการคัดกรองความเสี่ยงสูงถึง 90-98% และยังเป็นวิธีที่ปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เนื่องจาก ผู้ป่วยไม่ต้องฉีดสีหรือสารทึบรังสี ใช้เวลาในการตรวจสั้น ๆ เพียง 15–20 นาทีก็สามารถทราบผลได้ทันที ถือเป็นการคัดกรองที่ครอบคลุมทั้งหลอดเลือดแดงนอกและในกะโหลกศีรษะ ช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพหลอดเลือดเพื่อนำไปใช้วางแผนการดูแลและป้องกันล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
“การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเกิดอาการ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง การตรวจพบความผิดปกติเร็วจะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต” นายแพทย์วงศ์กนกกล่าว
โดยกลุ่มเสี่ยงที่แพทย์แนะนำให้พิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ
หากผลการตรวจพบว่า มีคราบไขมันในหลอดเลือด แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมตามระดับความรุนแรง โดยในกรณีที่การตีบแคบยังไม่รุนแรง แพทย์จะเลือกใช้การรักษาด้วยยาเป็นแนวทางหลัก เพื่อควบคุมการสะสมของคราบไขมันและลดความเสี่ยงของการอุดตัน แต่ถ้าพบว่ าหลอดเลือดมีการตีบมากจนเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการใส่ขดลวดขยายหลอดเลือด (Stenting) หรือพิจารณาการผ่าตัดเอาคราบไขมันออก (Carotid Endarterectomy) ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับกรณีที่มีการตีบในระดับสูง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
