รีเซต

บ่นบ่อย ทำสมองเครียดมากขึ้น เมื่อการคิดวนซ้ำอาจทำให้สมองอ่อนล้า

บ่นบ่อย ทำสมองเครียดมากขึ้น เมื่อการคิดวนซ้ำอาจทำให้สมองอ่อนล้า
TNN ช่อง16
8 กันยายน 2569 ( 20:55 )

การบ่นเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หลายคนใช้การระบายความรู้สึกเพื่อปลดปล่อยความเครียดหรือขอคำแนะนำจากคนรอบตัว และการบ่นเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าจะทำร้ายสมอง

แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมากกว่าคือ “การคิดวนซ้ำ” (Rumination) โดยเฉพาะการจมอยู่กับเหตุการณ์ด้านลบหรือปัญหาเดิม ๆ เป็นเวลานาน เพราะรูปแบบความคิดดังกล่าวอาจทำให้ร่างกายยังคงอยู่ในภาวะตอบสนองต่อความเครียด แม้เหตุการณ์ที่สร้างความเครียดจะผ่านไปแล้วก็ตาม

เมื่อสมองรับรู้ว่ากำลังเผชิญกับแรงกดดันหรือภัยคุกคาม ร่างกายจะเปิดใช้งานระบบตอบสนองต่อความเครียด หรือที่เรียกว่า HPA axis ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลั่ง “คอร์ติซอล” (Cortisol) ฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียด

คอร์ติซอลไม่ได้เป็นฮอร์โมนที่ไม่ดี เพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว แต่หากระบบความเครียดถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ หรือเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองได้

มีการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ (University of California, Irvine) โดย Peggy M. Zoccola และคณะ พบว่า ผู้ที่มีการคิดวนซ้ำหลังเผชิญเหตุการณ์กดดัน มีระดับคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นและใช้เวลานานกว่าที่ระดับฮอร์โมนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สะท้อนว่า การจมอยู่กับความคิดด้านลบหลังเกิดความเครียดอาจทำให้การตอบสนองต่อความเครียดยืดเยื้อออกไป

ขณะที่งานวิจัยจาก Ohio University โดย Michael R. Sladek และคณะ ซึ่งติดตามผู้เข้าร่วมการศึกษา พบว่า ในวันที่มีความเครียดมากและมีการคิดวนเกี่ยวกับความเครียดมากกว่าปกติ มีความสัมพันธ์กับระดับคอร์ติซอลในช่วงตื่นนอนของเช้าวันถัดไปที่สูงขึ้น

งานวิจัยเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า “การบ่นทุกครั้งทำให้คอร์ติซอลสูง” แต่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การคิดวนซ้ำเกี่ยวกับเรื่องเครียด ซึ่งอาจทำให้ระบบตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายทำงานต่อเนื่องนานขึ้น

ความเครียดในระยะสั้นเป็นกลไกปกติของร่างกาย แต่หากเกิดขึ้นเรื้อรัง อาจส่งผลต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง โดยเฉพาะบริเวณ ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) และ เปลือกสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex)

ฮิปโปแคมปัสมีบทบาทสำคัญต่อความจำและการเรียนรู้ ขณะที่ prefrontal cortex เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ ความสนใจ การวางแผน การยับยั้งพฤติกรรม และการตัดสินใจ

งานทบทวนทางประสาทวิทยาพบว่า ความเครียดเรื้อรังและระดับกลูโคคอร์ติคอยด์ที่สูงเป็นเวลานาน สามารถส่งผลต่อความยืดหยุ่นของสมอง หรือ Neuroplasticity ซึ่งเป็นความสามารถของสมองในการปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทตามประสบการณ์และการเรียนรู้

ดังนั้น หากเราต้องเผชิญกับความเครียดซ้ำ ๆ สมองอาจต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากไปกับการรับมือกับความเครียด แทนที่จะใช้กับการเรียนรู้ การแก้ปัญหา และการปรับตัว

เมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด สมองจะให้ความสำคัญกับการตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และการควบคุมอารมณ์อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

งานวิจัยเกี่ยวกับความเครียดและ prefrontal cortex พบว่า ความเครียดสามารถรบกวนกระบวนการทำงานของสมองระดับสูง เช่น Working Memory, Attention และ Cognitive Flexibility

นี่อาจอธิบายได้ว่า ทำไมในช่วงที่เราเครียดมาก ๆ ปัญหาเล็ก ๆ บางอย่างจึงดูใหญ่กว่าปกติ หรือทำไมเรารู้สึกว่า “ไม่มีทางออก” ทั้งที่ในสถานการณ์ปกติอาจมองเห็นทางเลือกได้มากกว่านั้น

เมื่อสมองอยู่ในภาวะเครียด การประเมินสถานการณ์จึงอาจเปลี่ยนไป เราอาจมองเห็นความเสี่ยงมากขึ้น มองเห็นทางเลือกน้อยลง และรู้สึกว่าการลงมือทำบางอย่างเป็นเรื่องยากกว่าความเป็นจริง



ความเครียดอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ

ความเครียดไม่ได้ส่งผลเฉพาะอารมณ์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจด้วย

งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า ความเครียดสามารถรบกวนการทำงานของ prefrontal cortex และเปลี่ยนสมดุลระหว่างการตัดสินใจที่ต้องใช้การวิเคราะห์กับการตอบสนองตามความเคยชิน

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ในช่วงที่กำลังเครียด โกรธ หรือกังวล เราอาจตัดสินใจบางอย่างแตกต่างจากตอนที่จิตใจสงบ

สมองไม่ได้ “พัง” หรือ “อ่อนแอ” ในทันที แต่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่โหมดที่ให้ความสำคัญกับการรับมือกับความเครียดมากกว่าการคิดอย่างรอบด้าน

แล้วการบ่นผิดหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ผิด


การพูดถึงปัญหา การระบายความรู้สึก หรือการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ สามารถช่วยให้เราได้รับการสนับสนุนทางอารมณ์และมองเห็นแนวทางแก้ปัญหาได้

สิ่งที่ควรระวังคือ การวนอยู่กับเรื่องเดิมโดยไม่มีทางออก

ลองสังเกตความแตกต่างระหว่าง

“ฉันกำลังบ่นเพื่อระบาย แล้วหลังจากนั้นจะหาทางแก้”

กับ

“ฉันบ่นเรื่องเดิม คิดเรื่องเดิม โกรธเรื่องเดิม และกลับมาบ่นซ้ำอีกครั้ง”

รูปแบบหลังใกล้เคียงกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Rumination หรือการคิดวนซ้ำ ซึ่งแตกต่างจากการระบายความรู้สึกเพียงครั้งเดียว

เปลี่ยนจาก “ทำไมถึงเกิดขึ้น” เป็น “ฉันทำอะไรต่อได้บ้าง”

เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดวนกับเรื่องเดิม ลองเปลี่ยนคำถามที่ใช้กับตัวเอง


จาก“ทำไมทุกอย่างถึงแย่แบบนี้?”เป็น“ตอนนี้มีอะไรที่ฉันควบคุมได้บ้าง?”

จาก“ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?”เป็น“ฉันจะตอบสนองต่อสถานการณ์นี้อย่างไร?”

หรือจาก“ปัญหานี้ไม่มีทางแก้”เป็น“มีอะไรเล็ก ๆ ที่ฉันสามารถทำได้ในวันนี้?”

การเปลี่ยนจากการคิดวนไปสู่การคิดเพื่อแก้ปัญหา อาจช่วยให้เราออกจากวงจรความเครียด และนำความสนใจกลับมายังสิ่งที่สามารถควบคุมได้


สมองไม่ได้อ่อนแอเพราะเราบ่นหนึ่งครั้ง

ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญไม่ใช่การบอกว่า “ห้ามบ่น” หรือ “การบ่นทำลายสมอง”

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันสนับสนุนมากกว่าว่า ความเครียดเรื้อรังและการคิดวนซ้ำเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านลบ สามารถเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบตอบสนองต่อความเครียด และส่งผลต่อการทำงานของสมองบางด้าน

ดังนั้น การบ่นเป็นครั้งคราวไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่หากพบว่าตัวเองกำลังคิดถึงเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดความเครียด โกรธ หรือกังวลต่อเนื่อง อาจถึงเวลาหยุดวงจรนั้น

ลองถามตัวเองว่า

“ฉันกำลังระบายเพื่อปล่อยความรู้สึก หรือกำลังทำให้ตัวเองกลับไปอยู่ในความเครียดเดิมซ้ำ ๆ?”

เพราะบางครั้ง สิ่งที่สมองต้องการอาจไม่ใช่การ “คิดบวก” แต่คือ การหยุดคิดวน แล้วหันกลับมามองว่า เราสามารถทำอะไรต่อได้บ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง