รีเซต

CFARM  เดินเกม 2 ขาธุรกิจ  ไก่เนื้อแกร่ง-ไก่ไข่จ่อทำเงิน

CFARM  เดินเกม 2 ขาธุรกิจ  ไก่เนื้อแกร่ง-ไก่ไข่จ่อทำเงิน
ทันหุ้น
26 ตุลาคม 2569 ( 01:40 )

นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงเป็นไปตามปกติ แม้หลายพื้นที่ของประเทศจะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงไก่ของบริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ส่งผลให้กระบวนการเลี้ยงไก่และการผลิตไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตไก่เนื้อรวมประมาณ 15.8 ล้านตัวต่อปี โดยยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการรอบการเลี้ยงและระยะเวลาพักโรงเรือนให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานการควบคุมของกรมปศุสัตว์ เพื่อรักษาคุณภาพการผลิตและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

@รับรายได้ใหม่

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างฟาร์มไก่ไข่แห่งใหม่ ซึ่งมีกำลังการเลี้ยงประมาณ 200,000 ตัว โดยคาดว่าจะเริ่มนำไก่สาวเข้าฟาร์มและทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2570 เป็นต้นไป ขณะที่รอบการเลี้ยงและให้ผลผลิตของไก่ไข่มีระยะเวลาประมาณ 18 เดือน

ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการฟาร์มไก่ไข่ดังกล่าว บริษัทใช้แหล่งเงินทุนจากเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) บางส่วน ร่วมกับเงินสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570 เนื่องจากธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก ทั้งสำหรับการเลี้ยงสัตว์และการทำความสะอาดโรงเรือน

โดยบริษัทได้จัดเตรียมสระกักเก็บน้ำผิวดินไว้รองรับการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำสำรองเพียงพอสำหรับการเลี้ยงไก่ต่อเนื่องได้ประมาณ 1.5–2 ปี แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติม จึงช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตในอนาคต

@แผนล็อกต้นทุน

ส่วนความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและราคาไก่ในตลาด บริษัทมองว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากรูปแบบธุรกิจหลักเป็นการเลี้ยงไก่เนื้อภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming ซึ่งมีการทำสัญญาเป็นรายปี โดยกำหนดราคาลูกไก่ อาหารสัตว์ และราคาขายผลผลิตไว้อย่างชัดเจน

โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาไก่ในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานบางส่วน โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงสำหรับรถขนส่งอาหารสัตว์ที่บริษัทดำเนินการเอง หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวยังอยู่ในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง