KTBลั่นไม่ตั้งสำรองเพิ่ม คงเป้าสินเชื่อโต0-2%

#KTB #ทันหุ้น – KTB ลั่นยังคงดำเนินธุรกิจระมัดระวัง-ประเมินความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอนโลกที่สูงขึ้น เพื่อรักษาผลดำเนินงานให้เติบโต คงเป้าหมายสินเชื่อรวมปี 2569 โต 0-2% ยันช่วงที่เหลือของปีนี้ ปีนี้ไม่เพิ่มการตั้งสำรองเหตุ ปัจจุบัน 2 หมื่นล้านบาท เพียงพอคุม NPL ไว้ได้ในระดับต่ำจากกรอบ 3.25% และยังไม่มีแผนที่จะขายหนี้เพิ่ม
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ถือว่ายังคงมีความท้าทายจากวัฏจักรดอกเบี้ย จากรายได้ดอกเบี้ยยังคงลดลง แต่ KTB บริหารพอร์ตของธนาคารมีการกระจายสัดส่วนระหว่างอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพราะ KTB มีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์อื่น ส่งผลให้โครงสร้างพอร์ตมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
@ยึดระมัดระวัง
รวมถึงธนาคารยังยึดหลักการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งการมองสถานการณ์ปัจจุบันและการประเมินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน ซึ่งหัวใจสำคัญของธนาคารคือการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และยั่งยืน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ธนาคารไม่ได้รอให้ความเสี่ยงเกิดขึ้นก่อน แต่ใช้วิธีคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้ก่อน
สำหรับในช่วง 9 เดือน 2569 KTB มีกำไรสุทธิรวม 37,145 ล้านบาท ถือว่าเป็นที่น่าพอใจและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมในปี 2569 ไว้ตามเดิมในกรอบ 0-2% ขณะที่การตั้งสำรองของธนาคารในงวด 9 เดือนแรกมีอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ตัวเลขต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว ซึ่งการลดลงของ Credit Cost ช่วยให้ Coverage Ratio อยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล
ทั้งนี้ธนาคารมอง Coverage Ratio เป็นเครื่องมือในการระมัดระวังและประคับประคองความเสี่ยง ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการดูแลความแข็งแกร่งของงบดุลในภาพรวมทั้งหมด ดังนั้นธนาคารจึงยังไม่เพิ่มการตั้งสำรองขึ้น
@คุม NPL อยู่หมัด
ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ในระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำ จากกรอบที่จะควบคุมให้ต่ำกว่า 3.25% ซึ่งธนาคารสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายเปราะบางได้อย่างชัดเจน จึงสามารถคาดคะเนและดำเนินมาตรการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดตามความเหมาะสมของแต่ละกลุ่ม ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจ SME, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในภาพรวมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนลงพอสมควร อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ประสบปัญหาติดดักกับปริมาณสินค้าคงคลังสะสมอยู่มาก ซึ่งธนาคารต้องเข้าไปประคับประคองดูแลอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดีในส่วนเรื่องการขายหนี้เสีย ธนาคารยังเน้นการประคับประคองและบริหารจัดการหนี้ด้วยตนเองภายในเป็นหลัก โดยยังไม่ได้เน้นการขายหนี้เสียออกไป แต่ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินอย่างหนึ่ง โดยธนาคารได้พัฒนาและเตรียมความพร้อมของเครื่องมือทางการเงินไว้หลากหลายรูปแบบ พร้อมที่จะนำมาใช้บริหารจัดการหนี้ตามความเหมาะสมของบริบทและปัจจัยรอบข้าง
@ผลงาน Q4 โตต่อ YoY
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรปรับลดลง QoQ จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้นที่เป็นปัจจัยฤดูกาลทำให้คาดว่ากำไรในปี 2569 เพิ่มขึ้น 1% YoY กดดันจาก NIM อ่อนตัวลง แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวและสำรองหนี้เสียลดลง
ทั้งนี้วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง แต่คาดอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวมากกว่าการเป็นขาขึ้น เพราะไทยอาจยังต้องการนโยบายผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดกำไรในปี 2570 จะเติบโตสูงขึ้น 5% YoY จากขยายตัวของสินเชื่อมากกว่าการเติบโตจาก NIM นอกจากนี้รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Wealth Management
ดังนั้นคงสมมติฐานการจ่ายเงินปันผลที่ 60% แต่มองว่า KTB สามารถจ่ายเงินปันผลพิเศษได้ เพราะระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน ROE ระดับ สองหลักที่ 10.4% ในปี 2569 และ 10.5% ในปี 2570 สูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ให้ราคาเป้าหมาย 50 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
