JKNส่งซิกครึ่งปีหลังแกร่ง ชูคอนเทนต์-กัญชงหนุน

JKNส่งซิกครึ่งปีหลังแกร่ง ชูคอนเทนต์-กัญชงหนุน
ทันหุ้น
8 มิถุนายน 2564 ( 08:51 )
32
JKNส่งซิกครึ่งปีหลังแกร่ง ชูคอนเทนต์-กัญชงหนุน

 

ทันหุ้น - JKN ส่งซิกครึ่งหลังปี 2564 เตรียมรับทรัพย์ ขายคอนเทนต์-ลุยช่องทีวีหนุน พร้อมยืนเป้าปี2564 รายได้พุ่ง47% จากปีก่อนที่ 1.68 พันล้านบาท เดินหน้าธุรกิจใหม่ต่อยอด แถมลุ้นโปรดักส์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมกัญชงQ3/2564 หลังกฎเกณฑ์คืบหน้า ด้านDOD รุกผลิตภัณฑ์พืชกระท่อมเพิ่ม

 

นายธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่าแนวโน้มผลงานครึ่งหลังปี 2564 จะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก2564 โดยมีรายได้จากการขายคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ประกอบกับมีรายได้จากการลงทุนซื้อกิจการ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด เพื่อเข้าบริหารทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 เข้าเพิ่มเติม รวมทั้งมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสริมด้วย

 

ทั้งนี้ในช่วงเมษายน 2564 ที่ผ่านมาทาง JKN ได้การลงทุนในช่องทีวีดิจิทัล "New18" มูลค่าลงทุนราว 1,060 ล้านบาทนั้นมองเป็นดีลที่คุ้มค่า เนื่องจากกิจการดังกล่าวมีสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ มูลค่าอยู่ที่ราว 500 ล้านบาท, มีขาดทุนสะสมอีกราว 400 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้สามารถใช้สิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษี(Tax Shield) ได้ ส่วนที่เหลืออีกราว160ล้านบาทจะเป็นมูลค่าสัมปทานตามสัญญาที่เหลืออีก96 เดือน หรือคิดเป็นค่าสัมปทานเฉลี่ยกว่า1.6 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งคาดว่าจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในปี 2567

 

คาดรายได้พุ่ง47%

 

ขณะที่ผลประกอบการปี 2564บริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโต 47% จากปีก่อนที่ราว 1.68 พันล้านบาท หรือราว2.5 พันล้านบาท เพราะมองว่าายได้จากการขายคอนเทนต์จะขยายตัว และช่องทีวีดิจิทัล " NEW18" คาดเริ่มรับรู้รายได้กลางปี 2564 ซึ่งคาดรายได้จากการขายคอนเทนต์และโฆษณาปีนึ้จะอยู่ที่กว่า1.95 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจคอมเมิร์ชอื่นๆ อาทิ การจำหน่ายสินค้าและธุรกิจความงาม เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี ภายหลังเข้าลงทุนดังกล่าวทำให้สัดส่วนรายได้ของJKN ในปี 2564 เปลี่ยนเป็น ธุรกิจคอนเทนต์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ราว80%, ธุรกิจคอนเมิร์ชอีก 20% (เดิมปี 2563 รายได้ทั้งหมดมาจากคอนเทนต์ 100%) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E) ของบริษัทเป็น 1.5 เท่า จากเดิมที่1.17 เท่า

 

ส่วนความร่วมมือกับบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จ (Finished product) กับ บริษัท เจเคเอ็น เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ จำกัด (ภายใต้บริษัทในเครือ JKN) พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีสารสกัดจากกัญชงร่วมกัน จะได้เห็นความชัดเจนช่วงไตรมาส 3/2564

 

DODลุยกระท่อม

 

นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD กล่าวถึงคืบหน้าการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชง คาดว่าจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ได้ภายในปลายไตรมาส 3/264 หรือต้นไตรมาส 4/2564 อย่างไรก็ดี หากบริษัทสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงได้แล้ว จะเป็นการให้เห็นถึงความพร้อมของศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำของกลุ่มบริษัท DOD ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางและสกินแคร์ ที่มีสารสกัดจากกัญชงที่ครบวงจรแบบ One Stop Service Solution ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ

 

สำหรับการประกาศ พ.ร.บ. ยกเลิก “พืชกระท่อม” พ้นจากยาเสพติดนั้น บริษัทมีความสนใจที่จะทำผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมให้แก่ลูกค้า ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยเศรษกิจได้มาก ขณะที่สมุนไพรดังกล่าวมีการนำมาสกัดที่สำคัญเป็นอาหารเสริม และเครื่องดื่ม

 

ทั้งนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งออกด้วยเช่นกัน ซึ่งทั่วโลกมีความสนใจ โดยเฉพาะตลาดฝั่งตะวันตกซึ่งมีความนิยมเป็นจำนวนมาก คาดว่าในอนาคตจะพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของพืชกระท่อมจนสามารถส่งออกไปในตลาดต่างประเทศทั่วโลกได้

 

JKNกำไรเด่น-เป้า13.40บ.

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ผลงานไตรมาส 2/2564 ของJKN จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจคอนเทนต์ยังดี จาก Backlog สิ้นปี 2563 ที่สูง 840 ลบ. และจะปิดดีล การ JV/M&A ทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม, ธุรกิจ H&B  และคาดกำไรปี 2564 ไว้ระดับ 479 ล้านบาท เติบโตราว 53% จากปีก่อน เพื่อตอบรับฐานธุรกิจที่กว้างขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน รวมทั้งให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น JKN ให้ราคาเป้าหมาย 13.40 บาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง