โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 เช็กอาการเด่น ยังไม่พบสัญญาณรุนแรง

โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1
แม้โลกจะก้าวผ่านช่วงวิกฤตการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาแล้วหลายปี แต่ไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสายพันธุ์ย่อย “NB.1.8.1” กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็น “สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม” หรือ Variant Under Monitoring (VUM) เนื่องจากพบการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
ไทยเฝ้าระวังต่อเนื่อง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ล่าสุดเจอสายพันธุ์ NB.1.8.1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดิมที่เคยพบเจอในประเทศไทย โดยเบื้องต้นจะมีอาการลักษณะคล้ายๆเดิม คือ ไอ เจ็บคอ และเป็นไข้ แต่จะมีอาการที่เด่นคือ อาการเจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเราจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และรัดกุม ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เราก็ไม่ประมาทซึ่งทางกรมควบคุมโรคได้มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเรื่องวัคซีน ยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม
ส่วนจะมีโอกาสในการแพร่กระจายจะรวดเร็วเหมือนช่วงเชื้อโอไมครอนหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ทางแพทย์เป็นผู้ลงรายละเอียด
สำหรับในการดูแลตัวเองหากเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเป็นปกติ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังบุคคลที่อยู่ใกล้เคียง ฉะนั้นไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมมั่นใจว่า ทางสาธารณสุขไทยสามารถดูแลได้
ย้ำยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกฯ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบสายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดหลัก คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานว่าสายพันธุ์ดังกล่าวก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดการแพร่ระบาดที่รวดเร็วผิดปกติ
ทั้งนี้ ข้อมูลการเฝ้าระวังของประเทศไทยพบว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ และส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง โดยระบบสาธารณสุขยังสามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างเพียงพอ
รู้จักโรค: NB.1.8.1 คืออะไร?
NB.1.8.1 หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "นิมบัส" (Nimbus) เป็นสายพันธุ์ย่อยในตระกูลโอมิครอน (Omicron) ที่พัฒนามาจากสายพันธุ์ผสม XDV.1.5.1 และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม JN.1 โดยพบสายพันธุ์นี้ครั้งแรกในเดือนมกราคม 2568 และได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็น สายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง (Variant Under Monitoring - VUM) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568
อาการของผู้ติดเชื้อ NB.1.8.1
ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่มีลักษณะเฉพาะที่ได้รับรายงานบ่อยคือ:
-เจ็บคออย่างรุนแรง (Razor-blade throat): ผู้ป่วยมักรู้สึกเจ็บปวดแหลมในลำคอคล้ายกับถูกใบมีดโกนบาด
-อาการทั่วไป: มีไข้ อ่อนเพลีย ไอแห้ง ปวดกล้ามเนื้อ คัดจมูก หรือมีน้ำมูก
-สิ่งที่เปลี่ยนไป: อาการ สูญเสียการรับรสและกลิ่นพบได้น้อยลงมาก ในสายพันธุ์นี้
ต้องกังวลแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การปรากฏของ NB.1.8.1 ไม่ใช่สัญญาณของการกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤตแบบปี 2563–2565 แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการตามธรรมชาติของไวรัส
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือกลุ่มเปราะบาง ได้แก่
-ผู้สูงอายุ
-ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
-หญิงตั้งครรภ์
กลุ่มเหล่านี้ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงหากติดเชื้อ จึงควรได้รับวัคซีนกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น
การป้องกัน: สิ่งที่ควรปฏิบัติ
-สวมหน้ากากอนามัย: โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด หรือเมื่อเริ่มมีอาการทางเดินหายใจ
-รักษาสุขอนามัย: ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
-การระบายอากาศ: จัดให้อากาศในอาคารถ่ายเทได้สะดวก
-รับผิดชอบต่อส่วนรวม: หากรู้สึกไม่สบาย ควรแยกตัวจากผู้อื่นและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น
ที่มา รัฐบาล/โรงพยาบาลรามคำแห่ง/IQ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
