รีเซต

งานวิจัยพัฒนา "ยาต้านไวรัสครอบจักรวาล" ก้าวใหม่ของวงการแพทย์ เพื่อรับมือโรคระบาดในอนาคต

งานวิจัยพัฒนา "ยาต้านไวรัสครอบจักรวาล" ก้าวใหม่ของวงการแพทย์ เพื่อรับมือโรคระบาดในอนาคต
TNN ช่อง16
26 พฤษภาคม 2569 ( 11:33 )
14

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เกี่ยวกับ ยาต้านไวรัสครอบจักรวาล  โดยระบุว่า


ในยุคที่เราต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากโรคระบาดใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น วิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา วงการวิทยาศาสตร์ได้พบข้อจำกัดสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือแนวทางการพัฒนายาแบบดั้งเดิมที่เน้นการสร้างยาหนึ่งตัวเพื่อรักษาไวรัสเพียงหนึ่งชนิด แนวทางดังกล่าวใช้เวลาในการวิจัยยาวนาน มีต้นทุนสูง และมักจะไม่ทันท่วงทีต่อการระบาดของเชื้อโรคอุบัติใหม่ 


บทควาล่าสุดใน Journal of Viroligy ได้นำเสนอทิศทางใหม่ นั่นคือการมุ่งเน้นพัฒนายาต้านไวรัสแบบออกฤทธิ์กว้าง ซึ่งเปรียบเสมือนยาต้านไวรัสครอบจักรวาลที่สามารถจัดการกับเชื้อไวรัสต่างสายพันธุ์ได้พร้อมกัน เพื่อเป็นรากฐานในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


การพัฒนายาต้านไวรัสในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก แนวทางแรกคือการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ทำลายกลไกของตัวไวรัสโดยตรง แม้ยาในกลุ่มนี้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาโรคหลายชนิด แต่ก็มีจุดอ่อนสำคัญคือไวรัสสามารถกลายพันธุ์เพื่อหลบหลีกฤทธิ์ยาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ยาหมดประสิทธิภาพ 

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงหันมาให้ความสำคัญกับแนวทางที่สอง ซึ่งก็คือการใช้ยาที่มุ่งเป้าไปที่เซลล์ของมนุษย์แทน หลักการของแนวทางนี้มาจากหลักคิดที่ว่า ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องอาศัยกลไกและโปรตีนภายในเซลล์ของมนุษย์เป็นเสมือนโรงงานผลิต หากเราสามารถใช้ยาเพื่อระงับการทำงานของโปรตีนบางตัวในเซลล์ที่ไวรัสจำเป็นต้องใช้ เราก็จะสามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัสได้หลากหลายชนิดพร้อมกัน และที่สำคัญคือไวรัสแทบจะไม่สามารถกลายพันธุ์เพื่อเอาชนะกลไกนี้ได้เลย


แต่ การใช้ยาที่มุ่งเป้าไปที่เซลล์ของมนุษย์ยังคงมีความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เนื่องจากโปรตีนที่ยาเข้าไปยับยั้งนั้นก็มีความจำเป็นต่อการทำงานปกติของร่างกายมนุษย์เช่นกัน เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงเสนอแนวทางการรักษาแบบผสมผสาน โดยนำยาต้านไวรัสหลายชนิดมาใช้ร่วมกัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้ยาสามารถเสริมฤทธิ์กันเอง ทำให้แพทย์สามารถลดปริมาณการใช้ยาแต่ละชนิดลงได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นไวรัสได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ บทความยังได้ชี้ให้เห็นถึงความหวังจากเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมคริสเปอร์-แคส (CRISPR-Cas) เพื่อเข้าไปทำลายสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง หรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์ให้ตื่นตัว ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่กำลังถูกพัฒนาให้เป็นอาวุธใหม่ในการกำจัดไวรัส


สิ่งที่ผู้อ่านและสังคมสามารถเรียนรู้และได้รับประโยชน์จากงานวิจัยชิ้นนี้ คือการได้เห็นว่าทิศทางของระบบสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับไปสู่การเตรียมความพร้อมเชิงรุก เราไม่ได้รอให้โรคระบาดชนิดใหม่เกิดขึ้นแล้วจึงค่อยเริ่มกระบวนการคิดค้นยาจากศูนย์อีกต่อไป แต่ประชาคมวิทยาศาสตร์กำลังพยายามสร้าง "เกราะป้องกันอเนกประสงค์" ที่พร้อมใช้งานได้


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง