ศาลยุติธรรมแจงปมลดโทษ ชี้ศาลมีหน้าที่กำหนดโทษ ไม่ใช่ผู้บังคับโทษ

ศาลแจงบทบาทการกำหนดโทษ แยกจากการบังคับโทษ
จากกรณีคดีฆาตกรรมที่ได้รับความสนใจจากสังคม ทั้งคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และคดีขยายผลฆาตกรรมคนไทย 3 ศพ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอัตราโทษสูงสุดและการลดโทษ จนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการลงโทษและการปล่อยตัวผู้ต้องโทษ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง "การลงโทษ" และ "การบังคับโทษ" ว่าเป็นคนละขั้นตอน และอยู่ในความรับผิดชอบของคนละหน่วยงาน
ศาลทำหน้าที่พิจารณาและกำหนดโทษ
โฆษกศาลยุติธรรมระบุว่า การลงโทษ คือการที่ศาลมีคำพิพากษากำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นโทษประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบทรัพย์สิน โดยศาลยุติธรรมในฐานะฝ่ายตุลาการ มีหน้าที่พิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมถึงพิจารณาจากความร้ายแรงของคดี
การบังคับโทษเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหาร
ส่วนการบังคับโทษ คือการดำเนินการให้ผู้ต้องโทษรับโทษตามคำพิพากษาของศาลจนเสร็จสิ้นตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร โดยจะแยกตามประเภทของโทษ มาตรการ หรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด
นายสุริยัณห์ กล่าวว่า ศาลยุติธรรมมีหน้าที่กำหนดโทษตามกฎหมาย ขณะที่การรับโทษและการดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับโทษตามกฎหมาย
แบ่งหน้าที่ระหว่างฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยกำหนดบทบาทของฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน โดยศาลยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบการพิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย ส่วนการบังคับโทษกรณีจำคุกเป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ และในกรณีที่ศาลกำหนดมาตรการคุมความประพฤติหรือเงื่อนไขอื่น ๆ จะเป็นหน้าที่ของกรมคุมประพฤติหรือหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายบริหาร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
