สถิติผู้พ้นโทษกระทำผิดซ้ำยังสูง กรมราชทัณฑ์เร่งยกระดับฟื้นฟู ลดหวนคืนเรือนจำ

สถิติผู้พ้นโทษกระทำผิดซ้ำ ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญของระบบราชทัณฑ์
การลดการกระทำผิดซ้ำของผู้พ้นโทษยังเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมราชทัณฑ์ ภายใต้แนวทาง "คืนคนดีสู่สังคม" ซึ่งมุ่งฟื้นฟูผู้ต้องขังให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างปกติ ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การศึกษา การฝึกอาชีพ และการติดตามช่วยเหลือหลังพ้นโทษ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก นโยบายการบริหารงานราชทัณฑ์ ปีงบประมาณ 2567 ระบุว่า ผู้พ้นโทษยังกลับมากระทำผิดซ้ำในระดับที่ต้องเฝ้าติดตาม โดยพบว่า อัตราการกระทำผิดซ้ำภายใน 1 ปีอยู่ที่ร้อยละ 15.41 และเพิ่มเป็น ร้อยละ 31.84 ภายใน 3 ปี สะท้อนว่าการฟื้นฟูผู้กระทำผิดยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ย้อนดูสถิติหลายปี แนวโน้มยังต้องติดตาม
ข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ที่ถูกรวบรวมโดยคลังสารสนเทศรัฐสภา พบว่า ผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัวในแต่ละปีมีอัตราการกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปีอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ได้แก่
- ผู้พ้นโทษปี 2562 กระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี 31.91%
- ผู้พ้นโทษปี 2563 กระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี 32.00%
- ผู้พ้นโทษปี 2564 กระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี 27.03%
แม้บางช่วงจะมีแนวโน้มลดลง แต่ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนว่าผู้พ้นโทษจำนวนไม่น้อยกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่กี่ปีหลังได้รับอิสรภาพ
คดียาเสพติดยังมีสัดส่วนสูงสุด
เมื่อจำแนกตามประเภทคดี พบว่า คดียาเสพติด ยังคงเป็นฐานความผิดที่มีสัดส่วนการกระทำผิดซ้ำมากที่สุด รองลงมา ได้แก่
- คดีเกี่ยวกับทรัพย์
- คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
- คดีเกี่ยวกับเพศ
ข้อมูลดังกล่าวทำให้กรมราชทัณฑ์กำหนดการบำบัดผู้ติดยาเสพติด การฝึกอาชีพ และการติดตามหลังพ้นโทษ เป็นมาตรการสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงในการกลับมากระทำผิดซ้ำ
ยกระดับการฟื้นฟูตั้งแต่วันแรกในเรือนจำ
ภายใต้โครงการ "คืนคนดีสู่สังคม" กรมราชทัณฑ์ดำเนินการฟื้นฟูผู้ต้องขังตั้งแต่วันแรกที่รับตัวเข้าสู่เรือนจำ โดยมีการจำแนกประเภทผู้ต้องขัง ประเมินปัจจัยเสี่ยง จัดทำแผนแก้ไขพฤตินิสัยรายบุคคล รวมถึงส่งเสริมการศึกษาและฝึกวิชาชีพ
ก่อนพ้นโทษ ผู้ต้องขังจะได้รับการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพและการใช้ชีวิต ก่อนส่งต่อเข้าสู่ ศูนย์ CARE เพื่อประสานการมีงานทำ การให้คำปรึกษา และการติดตามช่วยเหลือภายหลังพ้นโทษ โดยมีเครือข่ายอาสาสมัครราชทัณฑ์ร่วมสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชน
กฎหมายเฝ้าระวังผู้กระทำผิดร้ายแรง
นอกจากการฟื้นฟูแล้ว ประเทศไทยยังมีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดอุกฉกรรจ์หรือที่มีลักษณะรุนแรง พ.ศ. 2565 เพื่อใช้กับผู้กระทำผิดบางประเภทหลังพ้นโทษ
มาตรการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ศาลกำหนดเงื่อนไขเฝ้าระวัง เช่น การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ การจำกัดพฤติกรรม การห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย หรือการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามความเหมาะสมของแต่ละคดี
ลดการกระทำผิดซ้ำ เป้าหมายสำคัญของกระบวนการยุติธรรม
กรมราชทัณฑ์ระบุว่า เป้าหมายของโครงการ "คืนคนดีสู่สังคม" ไม่ใช่เพียงการปล่อยตัวผู้ต้องขังเมื่อครบกำหนดโทษ แต่ต้องการให้ผู้พ้นโทษสามารถประกอบอาชีพ มีรายได้ และกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างมั่นคง เพื่อลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว
ขณะที่สถิติการกระทำผิดซ้ำยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพการฟื้นฟู ทำให้การพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง การติดตามหลังพ้นโทษ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษเริ่มต้นชีวิตใหม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
