เปิด 7 นโยบายกระทรวงยุติธรรม ความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้ “เท่าเทียมและเป็นธรรม”

“คุยกับครม.อนุทิน” เปิด 7 นโยบายกระทรวงยุติธรรม ยกระดับการทำงาน
12 กันยายน 2569 พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวผ่านรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” 7 นโยบายกระทรวงยุติธรรม ยกระดับการทำงาน “รวดเร็วและเท่าทียม” เพราะความ “ยุติธรรม” ที่ล่าช้าคือความ “อยุติธรรม”
“ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรม”
เป็นคำที่นักกฎหมายทั่วโลกมักหยิบยกมาเมื่อพูดถึงกรณี “กระบวนการยุติธรรม” ที่ล่าช้านั้นคือความ “ไม่ยุติธรรม” ทั้งในกรณีของการตัดสินคดีความ การเยียวยา ชดเชยความเสียหาย หรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ประชาชน คำเดียวกันนี้ ได้ถูกประกาศไว้โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในช่วงหนึ่งของกิจกรรม “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งเรื่องของหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยภาครัฐต้องให้ความยุติธรรมเหล่านั้น รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ยังได้ถูกประกาศอยู่ในนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา
จากแนวคิดดังกล่าว เป็นที่มาของ 7 นโยบายสำคัญของกระทรวงยุติธรรมภายใต้การนำของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ประกาศชัดเจนแก่ข้าราชการเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม และได้นำมาเปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569
เปิด 7 นโยบายยุติธรรมที่ต้องปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
1. น้อมนําโครงการพระราชดําริ และพระบรมราโชบาย ไปปฏิบัติให้เกิดผล
2. ปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ที่กระทบต่อประชาชนให้มีประสิทธิภาพ
3. ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อความสงบสุขของสังคม
4. การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ํา ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเสมอภาค รวดเร็วและเป็นธรรม
5. การพัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรม เพื่อให้มีมาตรฐานสากล ประชาชน เชื่อมั่น
6. การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด ให้กลับคืนสู่สังคม ไม่กระทําผิดซ้ํา
7. การบริหารงานอย่างมืออาชีพ ยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า การขับเคลื่อนทั้งหมดมุ่งให้หน่วยงานทำงานเชิงรุก เข้าหาประชาชน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดย พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวถึงการกำหนดกรอบเวลาดำเนินงาน จากเดิมที่บางเรื่องใช้เวลาหลายเดือน พร้อมกำชับทุกกรมและทุกหน่วยงานให้เร่งรัดการปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าไปดูความพร้อมของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อพิจารณาว่าเมื่อประชาชนเข้ามาแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นอย่างไร จะเข้าถึงความช่วยเหลือและการเยียวยาได้เร็วขึ้นอย่างไร การเร่งรัดจึงต้องเชื่อมตั้งแต่จุดรับเรื่องไปถึงผู้รับผิดชอบ เพื่อให้รับทราบความคืบหน้าการทำงานในแต่ละขั้นตอน
ความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้ “เท่าเทียมและเป็นธรรม”
พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากความรวดเร็ว อีกแกนสำคัญคือการให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงความเป็นธรรม โดยเฉพาะข้อกังวลที่สะท้อนผ่านคำกล่าวว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ซึ่งตั้งคำถามถึงอุปสรรคด้านฐานะและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวถึงกลไกช่วยเหลือของกระทรวง ทั้งการให้คำปรึกษากฎหมาย การช่วยเหลือเรื่องประกันตัว และการเยียวยา รวมถึงกองทุนยุติธรรม ศูนย์ยุติธรรมชุมชน และช่องทางสายด่วนที่ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้
ในส่วนของกองทุนยุติธรรม พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวอีกว่า เป็นแหล่งเงินช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยกล่าวถึงการสนับสนุนเรื่องประกันตัวและค่าจ้างทนายความ กลไกนี้ช่วยบรรเทาอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้ผู้ขาดแคลนสามารถนำข้อเท็จจริงของตนเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดี
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือต้องผ่านหลักเกณฑ์และการพิจารณาของคณะกรรมการ ไม่ได้อนุมัติทุกกรณีโดยอัตโนมัติ ความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขและขั้นตอนจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีเงินสนับสนุน เพราะประชาชนควรรู้ว่าตนขอความช่วยเหลืออะไรได้ และจะได้รับการพิจารณาอย่างไร
เน้นย้ำทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวอีกว่า เมื่อการเร่งรัดงานภายใต้ 7 นโยบายเดินร่วมกับกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ความหวังต่อกระบวนการยุติธรรมก็มีแนวทางให้ติดตามอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดเวลารอคอย การทำให้ขั้นตอนเข้าใจง่าย และการลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย โดยเรื่องดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญ
ขณะที่ผลสำเร็จจากนี้ต้องดูว่าประชาชนได้รับความช่วยเหลือทันเวลาและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมที่จับต้องได้มากน้อยแค่ไหน หากทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นควบคู่กัน ความยุติธรรมที่ประชาชนคาดหวังก็จะใกล้ตัวขึ้น ไม่ว่าจะยากดีมีจน และคำว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม” ก็จะกลายเป็นหลักที่กำกับการทำงานจริง เพื่อให้คนที่กำลังเดือดร้อนได้รับความเป็นธรรมก่อนที่การรอคอยจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
