รีเซต

สปสช.ปรับหลักเกณฑ์เบิกค่าอาหาร-รักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน เหมา 7 วัน 12,000 บาท

สปสช.ปรับหลักเกณฑ์เบิกค่าอาหาร-รักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน เหมา 7 วัน 12,000 บาท
มติชน
21 มกราคม 2565 ( 19:02 )
44
สปสช.ปรับหลักเกณฑ์เบิกค่าอาหาร-รักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน เหมา 7 วัน 12,000 บาท

ข่าววันนี้ การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งส่วนมากผู้ติดเชื้อ 90-95% ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย โดยทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศนโยบายรักษาที่บ้านและชุมชน (Home and Community Isolation) เป็นทางเลือกแรก ขณะที่ สปสช. เป็นกองทุนสำหรับจ่ายค่ารักษา รวมถึงค่าอาหารในราคา 400 บาท/วัน โดยกรณีเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมค่าอาหารจะจ่ายอยู่ 1,000 บาท/วัน แต่ถ้าจัดบริการรักษาพยาบาลอย่างเดียวไม่รวมค่าอาหารจะจ่ายที่ 600/วัน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10 วัน

 

ล่าสุด จะมีการปรับหลักเกณฑ์ในวันที่ 1 มี.ค.2565 โดยปรับเป็นการเหมาจ่ายต่อการให้บริการผู้ป่วย 1 ราย กรณีรักษา 7 วันขึ้นไป จ่ายค่าดูแลรวมค่าอาหาร 12,000 บาท แต่หากไม่รวมค่าอาหารจะอยู่ที่ 8,000 บาท

 

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ผ่านระบบ 1330 เดิมการจ่ายค่าดูแลรักษาและค่าอาหารให้แก่หน่วยบริการจะมีรายละเอียดมาก ว่า มีการดำเนินการอะไร อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากหน่วยบริการว่า กว่าจะตรวจเสร็จจะได้รับเงินไป 70% ก่อน และอีก 30% จะติดเรื่องข้อมูลยังไม่ครบ เช่น สปสช. โทรไปหาผู้ป่วยได้ข้อมูลว่า รับอาหารไม่ครบ หรือหมอไม่โทรมาติดตามอาการคนไข้ ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 30% สปสช.จึงค้างส่วนนี้ เพราะถือว่าไม่ได้ให้บริการ ทำให้หน่วยบริการหลายแห่งโดนและมีการร้องเข้ามา

 

“ที่ผ่านมา สปสช.โทรไปสอบถามผู้ป่วยโควิดประมาณ 3 แสนกว่าคนจากรอบรักษาโควิดที่ผ่านมา มีประมาณ 6 หมื่นกว่าคน ประมาณ 20-30% บอกไม่ได้อาหาร แต่โรงพยาบาลก็บอกว่ามีให้ ทำให้ต้องมาหาหลักฐาน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ สปสช.จึงแก้ไขด้วยการแยกเงินออกเป็นค่าอาหารส่วนหนึ่ง ค่ารักษาส่วนหนึ่ง เพื่อความชัดเจน และหลังจากรับคนไข้ไปแล้วก็จะมีการเหมาจ่ายให้ หากรักษาเกิน 7 วันขึ้นไปรวมค่าอาหารคิดเหมา 12,000 บาท แต่หากต่ำกว่า 7 วันเหมาเป็น 6,000 บาท และหากตรวจพบไม่มีอาหารก็จะตัดออกวันละ 400 บาท” นพ.จเด็จ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดังกล่าวสามารถเบิกก่อน หรือต้องรักษาก่อน นพ.จเด็จ กล่าวว่า เบิกก่อนไม่ได้ ต้องให้บริการก่อนอย่างน้อย 7 วัน แล้วทำเรื่องเบิกมา เพราะจ่ายก่อนก็จะถูกตั้งคำถาม เพราะมีคนร้องอาหารไม่ดี ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเราก็อยากให้คนที่เข้าระบบได้รับอาหารที่ดี โดยอีกทางเลือก หากเข้าระบบแยกกักที่บ้าน(HI)หรือในชุมชน(CI) ให้ประชาชนแอดไลน์ @nhso เพื่อจะได้ติดต่อกับทางสปสช.โดยตรง

 

เมื่อถามต่อว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การจ่ายค่าอาหารวันละ 400 บาทต่อ 3 มื้อราคาค่อนข้างสูง แต่ความเป็นจริงหน่วยบริการบางแห่งคิดค่าอาหารกับร้านค้ามื้อละ 45 บาท นพ.จเด็จ กล่าวว่า การคิดค่าอาหารวันละ 400 บาท มาจากเรทราคาของกรมบัญชีกลาง ตอนข้าราชการแอดมิท คิดค่าอาหารวันละ 400 บาท ซึ่งสปสช.ต้องการให้ดูแลเต็มที่ และต้องมีการอ้างอิงข้อมูลให้ถูกต้อง เพราะจะมีค่ารถ ค่าอะไร แต่ทุกอย่างต้องเหมาะสม โดยขณะนี้ได้หารือกับสมาคมภัตตาคารฯ ขอให้เป็นตัวกลางในการประสานกับหน่วยบริการจัดทำตรงนี้ไปให้

 

“การเพิ่มแอดไลน์กับสปสช. จะสามารถส่งรูปได้ อย่างคนที่เข้าระบบ HI และ CI ขอให้เพิ่มเพื่อนมา หากติดปัญหาอะไรให้ส่งข้อมูลมา” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ขณะนี้ สปสช.มีหนังสือแจ้งไปยังสถานพยาบาล หน่วยบริการต่างๆ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์นี้ เนื่องจากจะเริ่มใช้วันที่ 1 มี.ค.2565 และจะมีการประกาศผ่านเว็บไซต์ สปสช. แจงรายละเอียดการจ่ายเงินด้วย เพื่อความโปร่งใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง