รีเซต

สศค.เผยภาค”ท่องเที่ยว“ปัจจัยหลักหนุนเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ.ขยายตัว

สศค.เผยภาค”ท่องเที่ยว“ปัจจัยหลักหนุนเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ.ขยายตัว
ทันหุ้น
30 มีนาคม 2569 ( 13:28 )
18

#ทันหุ้น สศค.เผยภาค”ท่องเที่ยว“ปัจจัยหลักหนุนเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ.ขยายตัว ขณะที่ ภาคส่งออกชะลอ จับตาความเสี่ยงทิศทางราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ การส่งออกสินค้ามีการขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง และการผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน

ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ทิศทางค่าเงินบาท และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.8%และ 1.3%ตามลำดับ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 9 เดือน มาอยู่ที่ระดับ53.7 จากระดับ 52.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออกที่ขยายตัว อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังกังวลค่าครองชีพและความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569  ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน-4.3%

ด้านเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 43.7% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 0.9% ขณะที่ ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -10.0%และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -0.5 %

มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ 9.9% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ 11.0 %ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และหมวดยานพาหนะ โดยขยายตัว 56.8% 10.6 %และ 7.8 %ตามลำดับ

นอกจากนี้ การส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง  ไก่แปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 62.3 % 9.4 %และ 4.7 % ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกน้ำตาลทราย ยางพารา เครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ อาเซียน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 40.5%17.8 %17.3 %และ 9.7 %ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินเดีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ลดลง31.0 %-14.0 %และ -5.1 %ตามลำดับ

ด้านเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 3.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4.6 %และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 2.6 %ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 23.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 3.3 %และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 3.3 %ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5.5 %และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.1 %ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญอาทิ ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าว และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 88.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากจากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปมีปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 52.7 ในเดือนก่อนหน้า ตามการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดีสะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ฝ -0.88 %ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.56 %ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ  สิ้นเดือนมกราคม2569 อยู่ที่ 66.0 %ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ .. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ  สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 293.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก(Global Composite PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.3 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต(Global Manufacturing PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 51.9 จุด สูงสุดในรอบ 4 เดือนและสูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ทิศทางการขยายตัวต่อเนื่อง ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.4 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.7 จุด บ่งชี้ทิศทางการขยายตัวต่อเนื่องของภาคบริการ สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออกยังคงขยายตัวแต่มีทิศทางชะลอลง ขณะที่ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง  มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้นหรือคงในระดับเดิมเอาไว้ ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีอิหร่าน ที่มีความเสี่ยงยกระดับจากความตึงเครียดด้านความมั่นคงและการเผชิญหน้าทางทหารในตะวันออกกลาง

ส่วนภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดปรับตัวดีขึ้น โดยในตลาดตราสารทุนได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนในประเทศ โดยข้อมูล  วันที่ 26 มีนาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 65,310.89 ล้านบาท เมื่อพิจารณาตามกลุ่มนักลงทุน พบว่า นักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 223.34 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1–26 มีนาคม 2569) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 50,641.85 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของตลาดเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิอยู่ที่ 20,274.95 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 3.04 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 2,811.45 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ -42,260.98 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 254.71 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีสถานะขายสุทธิรวม -15,441.36 ล้านบาท ขณะที่ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 1,171.60 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันดังกล่าวอยู่ที่ -481.09 ล้านบาท ขณะที่ในภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิรวม -38,011.94 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 20,814.42 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ยังคงผันผวนตามภาวะตลาดการเงินโลก

ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ พบว่า ในวันที่ 26 มีนาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิ -1,709 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะขายสุทธิรวม-29,264.85 ล้านบาท ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 26,785.35 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง