รีเซต

PTTGCผลิตPE-PPเต็ม งบQ1แกร่ง-อัพเป้าราคา

PTTGCผลิตPE-PPเต็ม งบQ1แกร่ง-อัพเป้าราคา
ทันหุ้น
30 มีนาคม 2569 ( 07:30 )
3

#PTTGC#ทันหุ้น -PTTGC ลั่นเดินเครื่องผลิตเม็ดพลาสติก PE เต็ม 1.6-1.8 แสนตันต่อเดือน ลั่นไม่มีปัญหาวัตถุดิบ พร้อมกลับมาผลิต PP สัปดาห์นี้ มุ่งขายในประเทศ เพื่อซัพพลายผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคให้เพียงพอใช้ในประเทศ  “นักวิเคราะห์”มองบวกกลับมาผลิต PP คาดงบไตรมาส1 แกร่งรับผลดีราคา HDPE, LDPE มี.ค.ขึ้น 50%  จึงแนะซื้อ-อัพราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาทต่อหุ้น

นายสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ PTTGC  กล่าวว่า   บริษัทเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE) ซึ่งมีกำลังการผลิต   1.6-1.8แสนตันต่อเดือน  ขณะที่ความต้องการใช้ PE ในประเทศจะอยู่ที่ 1.4-1.6 แสนตันต่อเดือน  โดยในภาวะปกติกำลังผลิตจะสูงกว่าความต้องการในประเทศไทย เพราะ  ยังมีผู้นำเข้าเม็ดพลาสติก PE อีก 3-4หมื่นตันต่อเดือน   ทำให้ต้องมีการส่งออกไปขายต่างประเทศมากกว่าความต้องการใช้ในประเทศ

@เดินเครื่องเต็มกำลังผลิต

“เม็ดพลาสติก PE เป็นผลิตภัณฑ์หลักของ GC ประกอบด้วย HDPE, LDPE และ LLDPE เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น ถุงก๊อปแก๊ป ฝาขวดน้ำดื่ม ฟิล์มถนอมอาหาร ขวดขุ่น ที่นิยมใช้สำหรับขวดบรรจุภัณฑ์แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย แกลลอนน้ำ แท็งก์น้ำ แห อวน รวมถึงอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานอย่างท่อน้ำ(สีดำ) และท่อร้อยสายไฟ”

ทั้งนี้หลังจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่เกิดสงครามอิหร่าน กับสหรัฐนั้น ทำให้ผู้นำเข้า PE ไม่สามารถนำเข้ามาได้ ทำให้เกิดความกังวล ไม่มีวัตถุดิบผลิต ซึ่ง PTTGC ได้เดินเครื่องผลิต PE ให้เต็มกำลังการผลิต เพื่อจะซัพพลายในส่วนที่ผู้ประกอบการไม่สามารถนำเข้า PE เข้ามาได้  ซึ่งในเดือนมีนาคม บริษัทสามารถผลิตและส่งมอบ PE ได้ไม่มีปัญหา และในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทเน้นการขาย PP ในประเทศเป็นหลัก  เพื่อให้ผู้ผลิตนำใช้ในอุตสาหกรรมอุปโภคและบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการใช้

@เริ่มผลิตPEสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนสบายใจ ว่าบริษัทสามารถผลิต PE ได้เต็มกำลังการผลิต เพราะวัตถุดิบที่นำมาใช้ ผลิต PE นั้นบริษัทสามารถผลิตได้เอง และมีสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซน้อยมาก  ทำให้สามารถกันไปซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นได้  ทำให้สามารถผลิต PE เพียงพอซัพพลายส่วนเพิ่มให้กับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ไม่สามารถนำเข้า PE เข้ามาได้

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้เม็ดพลาสติกบางประเภท เช่น โพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) มีความตึงตัวในบางช่วง จากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและข้อจำกัดด้านการนำเข้า เนื่องจากหลายประเทศให้ความสำคัญกับการดูแล Supply Chain ภายในประเทศของตน โดยเม็ดพลาสติก PP เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น ถุงร้อน ซองอาหารกึ่งสำเร็จรูป แก้วเครื่องดื่ม ถาดอาหารที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ รวมถึงถุงบิ๊กแบ็คสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม  

ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวดังกล่าว บริษัทเตรียมกลับมาเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์อีกหนึ่งหน่วย (โรงงานโอเลฟินส์ 4)ตั้งแต่สัปดาห์นี้  ภายหลังหยุดซ่อมบำรุงตามแผนแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตโพรพิลีน (Propylene) วัตถุดิบตั้งต้นของเม็ดพลาสติก PP ให้แก่ผู้ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดยรวม ทำให้สถานการณ์ตึงตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ PTTGC มีโรงงานโอเลฟินส์ จำนวน  5 แห่ง ซึ่งผลิต เอทิลีน และโพรพิลีน รวม 3,829,000 ตันต่อปี

@อัพเป้าราคาเป็น 38บาท

นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวกับ “ทันหุ้น”ว่า ส่วนตัวมองเป็นเซ็นทิเม้นท์เชิงบวกต่อการกลับมาผลิต  PP ของ PTTGC หลังจากการมีปิดซ่อมบำรุงไป  เพราะตอนนี้ ราคา HDPE  และ PP ในเดือนมีนาคม 2569 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาประมาณ 50% เป็น 1,400-1,500 ดอลลาร์ต่อตัน จากเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 800-900 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งดีต่อ PTTGC ที่เป็น Fully integrated ทั้งโรงกลั่นและปิโตรเคมี จึงไม่มีปัญหาเรื่อง Feed Stock ที่ขาด รวมถึงความสามารถที่นำก๊าซอีเทนและLPG มาผลิตเป็นพลาสติกได้ เหนือกว่าคู่แข่งที่ที่มีเฉพาะปิโตรเคมี   ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงปรับคำแนะนำ PTTGC เป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 38 บาทต่อหุ้น จากเดิม 29 บาทต่อหุ้น  โดยเรา Re-rate P/BV ขึ้นมาเป็น 0.6 เท่า จากเดิม 0.5 เท่า จากแนวโน้มของผลการดำเนินงานที่จะแข็งแกร่งในไตรมาส 1 และผลดีและจุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งที่กล่าวมาข้างต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง