รีเซต

Company Snapshot : STC โค้งแรกฉลุย EEC คึก ลุยงานเอกชนปั๊มมาร์จิ้น

Company Snapshot : STC โค้งแรกฉลุย EEC คึก ลุยงานเอกชนปั๊มมาร์จิ้น
ทันหุ้น
30 มีนาคม 2569 ( 02:15 )
2

นายเอกชัย  ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2569 มีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความคึกคักของการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโครงการใน Pipeline ที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปลี่ยนเป็นงานในมือ (Backlog) ได้เพิ่มเติมในระยะถัดไป ส่งผลให้ภาพรวมรายได้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน STC มีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 410 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยงานส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้มีการตกลงล่วงหน้า ทำให้ช่วยสร้างความมั่นใจต่อเสถียรภาพของรายได้ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจหรือปัจจัยภายนอก อาทิ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าปรับโครงสร้างพอร์ตงาน โดยเพิ่มสัดส่วนงานจากภาคเอกชนให้แตะระดับ 50% จากเดิมที่เคยมีสัดส่วนงานภาครัฐสูงถึง 70% และลดลงมาอยู่ที่ 60% ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากงานภาคเอกชนมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงกว่า และมีความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างมากกว่า

การปรับพอร์ตดังกล่าวจะช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังมีความผันผวน ซึ่งบริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการเลือกประเภทงานที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน (High-End) ทั้งในกลุ่มพูลวิลล่าและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ที่ยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ ส่งผลให้ดีมานด์งานก่อสร้างในกลุ่มนี้ยังแข็งแกร่ง แตกต่างจากตลาดระดับกลาง-ล่างที่เริ่มชะลอตัว

ในด้านการดำเนินงาน บริษัทได้เตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของดีมานด์ ผ่านการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ STC ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและเชื้อเพลิง โดยมีการวางแผนใช้น้ำมันและพลังงานอย่างเหมาะสม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจำกัดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว

นายเอกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2569 เติบโตประมาณ 10-15% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากทั้ง Backlog ที่มีอยู่ในมือ การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเอกชน ที่ยังคงมีการพูดคุยเจรจาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง