LEO เปิดระเบียงการค้า ลุยโลจิสติกส์ 3 ประเทศ

#LEO #ทันหุ้น – LEO ปักหมุด “ระเบียงโลจิสติกส์” ไทย–เวียดนาม–จีน ผนึกกำลัง Thailand Post และ Viettel Post ยกระดับขนส่งข้ามพรมแดน ดันการค้าคึกคัก เปิดประตูโอกาสใหม่สู่ตลาดอาเซียนในระยะยาว
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการขยายบริการโลจิสติกส์ร่วมกับบริษัท Viettel Post Corporation เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนา “ระเบียงโลจิสติกส์” (Logistics Corridor) เชื่อมโยงประเทศไทย–เวียดนาม–จีน ผ่านระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ทั้งทางถนน รถไฟ และทางอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านเวลา ลดต้นทุน และเสริมความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งล่าสุด ยังได้รับเกียรติจาก อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือ
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ได้กำหนดกรอบความร่วมมือในหลายมิติสำคัญ ครอบคลุมการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเวียดนาม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกทางการตลาด และการสำรวจโอกาสในการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าระหว่างสองประเทศ รวมถึงการพิจารณาขยายการเชื่อมโยงทางการค้าในระเบียงเศรษฐกิจ ไทย–เวียดนาม–จีน
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และ VipoMall เพื่อผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดให้กับภาคธุรกิจ พร้อมทั้งการร่วมกันพัฒนาธุรกิจและดำเนินกิจกรรมการสื่อสารทางการตลาด เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์ และส่งเสริมโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
ในบทบาทของแต่ละฝ่าย LEO จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ (International Logistics Services Provider) โดยพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการขนส่งข้ามพรมแดน และการบริหารจัดการพิธีการศุลกากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ Thailand Post จะเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการกระจายสินค้าในประเทศไทย และเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงช่องทางค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซอย่างครอบคลุม ส่วน Viettel Post จะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ครบวงจรทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ โดยเฉพาะ Viettel Logistics Park, Lang Son ซึ่งมีพื้นที่กว่า 143 เฮกตาร์ รองรับรถขนส่งได้ประมาณ 1,500–2,800 คันต่อวัน จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับและขยายเส้นทางโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในอนาคต
ลุยโลจิสติกส์
ทั้งนี้ ทั้ง 3 ฝ่ายยังมีแผนร่วมกันพัฒนาโซลูชัน Fulfillment แบบ 2 ทาง (Two-way Fulfillment) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสินค้าศักยภาพสูง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และสินค้าไฮแวลู (High-value goods) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในตลาดเอเชีย
บริษัทมองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยแก้ Pain Points สำคัญของโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในเอเชีย ทั้งด้านต้นทุนที่สูง ระยะเวลาขนส่งที่ไม่แน่นอน และข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อระหว่างรูปแบบการขนส่ง โดยการพัฒนาเครือข่ายแบบบูรณาการจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว (Flexibility) และยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน รองรับการเติบโตของการค้าระหว่างไทย–เวียดนาม และขยายตัวสู่ภูมิภาค ASEAN ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
