BEM ทราฟฟิคเร่งตัวQ1 น้ำมันแพงหนุนใช้ MRT

#BEM #ทันหุ้น - BEM แย้มงบไตรมาส 1/2569 โต ทางด่วนและผู้โดยสาร MRT แกร่ง แม้ราคาพลังงานพุ่ง ชี้ผู้โดยสารสายสีน้ำเงินวันทำงานยืนเหนือ 5 แสนเที่ยวคนต่อวัน แนวโน้มไตรมาส 2/2569 โตต่อ เดินทางในเมืองเพิ่ม ท่องเที่ยวพักไทยนานขึ้น รับน้ำมันแพงหนุนใช้ขนส่งสาธารณะ ส่วนทางด่วนมีอีวีวิ่ง โบรกแนะซื้อเป้า 10.50 บาท มีอัพไซด์จากโครงการใหม่ในอนาคต
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งธุรกิจทางด่วน ปริมาณการจราจรยังคงมีแนวโน้มเร่งตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะมีสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงานในประเทศ
ด้านธุรกิจรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินยังได้รับอานิสงส์จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน หนุนปริมานผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า ช่วงวันทำงานทรงตัวเหนือ 5 แสนเที่ยวคนต่อวันได้อย่างมีนัยสำคัญ
@ โค้งสองโตต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 แนวโน้มผู้โดยสารรถไฟฟ้ามีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องจากความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนใช้น้ำมัน นอกจากนี้ กระแสการท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องระยะใกล้ (Short-Haul) โดยเฉพาะชาวจีน อินเดีย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น เนื่องจากพิจารณาว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย และไม่น่าจะเกิดสภาวะวิกฤติร้ายแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่ปริมาณจราจรบนทางด่วนยังมีแรงหนุนจากการเดินทางในเมืองและปริมณฑลที่ยังจำเป็น
“โดยปกติแล้วไตรมาส 2 ปริมาณการเดินทางจะลดลงตามฤดูกาล (Seasonality) เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมแต่พฤติกรรมของผู้ที่ยังคงต้องเดินทางโดยเฉพาะกลุ่มที่พักอาศัยอยู่นอกเมืองซึ่งระบบรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ยังคงมีความจำเป็นต้องขับรถเข้ามาในเมืองอยู่ดี แม้ราคาน้ำมันจะเร่งตัวขึ้น แต่ก็มีการเปลี่ยนไปใช้รถ EV ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อปริมาณรถบนทางด่วนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนยังคงใช้รถยนต์อยู่เป็นจำนวนมาก”
ด้านการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ผันผวน โดยเฉพาะต้นทุนไฟฟ้าและเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ พร้อมปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดการใช้พลังงานส่วนเกิน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามและบริหารการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าการใช้พลังงานทางเลือก โดยติดตั้งระบบโซลาร์รูฟในพื้นที่สถานีและศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน และลดการพึ่งพาพลังงานจากโครงข่ายหลัก สนับสนุนการบริหารต้นทุนในระยะยาว ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
@แนะ “ซื้อ” เป้า 10.50 บาท
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 แนวโน้มทรงตัวเทียบกับไตรมาส 4/2568 (QoQ) แต่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) สะท้อนจากปริมาณการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส ยังเติบโตประมาณ 2% YoY โดยแม้ว่าในเดือนมีนาคม แม้จะมีปัจจัยเรื่องราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางบนทางด่วนบ้าง แต่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าในระดับหนึ่ง พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากฐานต่ำเป็นพิเศษ
“โดยปกติแล้วไตรมาส 2 จะเป็นช่วง Seasonality ที่ผลประกอบการมักจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 (YoY) คาดว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้ดี เนื่องจากปัจจัยเรื่อง "ฐานที่ต่ำผิดปกติ" ในปีที่ผ่านมา โดยช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนของปีที่แล้ว มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอุบัติเหตุใกล้ทางด่วนที่ทำให้ต้องปิดด่านเก็บค่าผ่านทาง ส่งผลให้ตัวเลขผู้ใช้งานในปีที่แล้วต่ำกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้อาจเห็นการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นสำหรับการเที่ยวในเมืองในช่วงเทศกาล” ยังคงมีมุมมองบวกต่อ BEM เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่จะเติบโตราว 7.5% YoY แตะ 4,063 ล้านบาท จากฐานต่ำ คาดโครงการทางด่วน Double Deck และรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ ที่เป็นอัพไซด์ หลักของ BEM มีโอกาสเดินหน้าต่อได้หลังจัดตังรัฐบาลชุดใหม่ ส่วน Catalyst ระยะยาวจะมาจากการเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ดังนั้นราคาหุ้นที่พักตัวในกรอบล่างเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยะยาว คงคำแนะนำ "ซื้อ" อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่ 10.50 บ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
