รีเซต

BEM ทราฟฟิคเร่งตัวQ1 น้ำมันแพงหนุนใช้ MRT

BEM ทราฟฟิคเร่งตัวQ1 น้ำมันแพงหนุนใช้ MRT
ทันหุ้น
30 มีนาคม 2569 ( 03:00 )
2

ดร.สมบัติ  กิจจาลักษณ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งธุรกิจทางด่วน ปริมาณการจราจรยังคงมีแนวโน้มเร่งตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ช่วงเดือนมีนาคม 2569 จะมีสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและพลังงานในประเทศ

ด้านธุรกิจรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินยังได้รับอานิสงส์จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน หนุนปริมานผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า  ช่วงวันทำงานทรงตัวเหนือ 5 แสนเที่ยวคนต่อวันได้อย่างมีนัยสำคัญ

@ โค้งสองโตต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 แนวโน้มผู้โดยสารรถไฟฟ้ามีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องจากความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนใช้น้ำมัน นอกจากนี้ กระแสการท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องระยะใกล้ (Short-Haul)  โดยเฉพาะชาวจีน อินเดีย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น เนื่องจากพิจารณาว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย  และไม่น่าจะเกิดสภาวะวิกฤติร้ายแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่ปริมาณจราจรบนทางด่วนยังมีแรงหนุนจากการเดินทางในเมืองและปริมณฑลที่ยังจำเป็น

 “โดยปกติแล้วไตรมาส 2 ปริมาณการเดินทางจะลดลงตามฤดูกาล (Seasonality) เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมแต่พฤติกรรมของผู้ที่ยังคงต้องเดินทางโดยเฉพาะกลุ่มที่พักอาศัยอยู่นอกเมืองซึ่งระบบรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ยังคงมีความจำเป็นต้องขับรถเข้ามาในเมืองอยู่ดี แม้ราคาน้ำมันจะเร่งตัวขึ้น แต่ก็มีการเปลี่ยนไปใช้รถ EV ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อปริมาณรถบนทางด่วนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนยังคงใช้รถยนต์อยู่เป็นจำนวนมาก”

ด้านการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ผันผวน โดยเฉพาะต้นทุนไฟฟ้าและเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ พร้อมปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดการใช้พลังงานส่วนเกิน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามและบริหารการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าการใช้พลังงานทางเลือก โดยติดตั้งระบบโซลาร์รูฟในพื้นที่สถานีและศูนย์ซ่อมบำรุง เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน และลดการพึ่งพาพลังงานจากโครงข่ายหลัก สนับสนุนการบริหารต้นทุนในระยะยาว ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด  คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 แนวโน้มทรงตัวเทียบกับไตรมาส 4/2568 (QoQ) แต่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  (YoY) สะท้อนจากปริมาณการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส ยังเติบโตประมาณ 2% YoY โดยแม้ว่าในเดือนมีนาคม แม้จะมีปัจจัยเรื่องราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางบนทางด่วนบ้าง แต่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าในระดับหนึ่ง พร้อมกันนี้คาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากฐานต่ำเป็นพิเศษ

“โดยปกติแล้วไตรมาส 2 จะเป็นช่วง Seasonality ที่ผลประกอบการมักจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568  (YoY) คาดว่ามีโอกาสที่จะเติบโตได้ดี เนื่องจากปัจจัยเรื่อง "ฐานที่ต่ำผิดปกติ" ในปีที่ผ่านมา โดยช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนของปีที่แล้ว มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอุบัติเหตุใกล้ทางด่วนที่ทำให้ต้องปิดด่านเก็บค่าผ่านทาง ส่งผลให้ตัวเลขผู้ใช้งานในปีที่แล้วต่ำกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้อาจเห็นการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นสำหรับการเที่ยวในเมืองในช่วงเทศกาล” ยังคงมีมุมมองบวกต่อ BEM เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่จะเติบโตราว 7.5%  YoY แตะ 4,063  ล้านบาท จากฐานต่ำ คาดโครงการทางด่วน Double Deck และรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ ที่เป็นอัพไซด์ หลักของ BEM มีโอกาสเดินหน้าต่อได้หลังจัดตังรัฐบาลชุดใหม่ ส่วน Catalyst ระยะยาวจะมาจากการเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ดังนั้นราคาหุ้นที่พักตัวในกรอบล่างเป็นจังหวะเข้าทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยะยาว คงคำแนะนำ "ซื้อ" อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569  ที่ 10.50

ข่าวที่เกี่ยวข้อง