คลังปลดล็อกเกณฑ์”รถยนต์เก่า 20 ปี – มอเตอร์ไซค์ 15 ปี” ได้บัตรคนจน

#ทันหุ้น คลังปลดล็อกเกณฑ์รถยนต์เก่า 20 ปี-มอเตอร์ไซค์ 15 ปี ได้บัตรคนจน คืนสิทธิ์ให้ 1.5 หมื่นรายเป็นกรรมการในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน-สังคม กรณีถือหุ้นไม่เทรดหรือยอดเทรดต่ำก็ยกเว้นให้ พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์เป็น 20 ก.ย.และประกาศผล 30 ก.ย.นี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกระทรวงการคลังเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมที่มีรมว.คลังเป็นประธาน ที่ประชุมอนุมัติยกเว้นผู้ครอบครองรถยนต์เก่าอายุ 20 ปีและรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป ยังคงได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ยกเว้นคนซื้อรถเก่าตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ถือบัตรคนจนจำนวน 2.5 ล้านคน มีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ ทั้งที่เป็นรถเก่าและรถใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะเปิดให้ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ จนถึง 20 ก.ย.นี้และจะประกาศผลในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ปัจจุบันมีผู้ยื่นอุทธรณ์แล้ว 3.4 ล้านราย ในจำนวนนี้ 40 % เป็นเรื่องคุณสมบัติเรื่องการมีรถยนต์ จากคนที่ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ทั้งหมด 18.8 ล้านราย ซึ่งมีผู้ได้รับสิทธิ์เพียง 9.5 ล้านคน
สำหรับกรณีผู้ที่ไม่ได้ครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ โดยมีการขายออกไปแล้ว แต่ใช้วิธีโอนลอยและยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง รวมถึงถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์ในทะเบียนรถยนต์ และรถยนต์ที่เป็นซากไม่ได้ใช้งานแล้ว เมื่อมาแจ้งกับกรมขนส่งทางบก เพื่อแก้ไขข้อมูลแล้ว กระทรวงการคลัง จะคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้นอกจากนี้ ในกรณีคนที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว สมัครเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็จะได้รับยกเว้น ไม่ถือว่าถูกตัดสิทธิ์จากเกณฑ์การเป็นนักเรียน นักศึกษาด้วย
สำหรับหลักเกณฑ์เรื่องการเป็นกรรมการในบริษัทนั้น คณะกรรมการกองทุนประชารัฐ ได้เพิ่มเติม ข้อยกเว้นว่า กรณีเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัท ที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมก็จะได้รับการยกเว้นด้วย ในส่วนหลักเกณฑ์เรื่องการเปิดบัญชีหลักทรัพย์นั้น ได้เพิ่มเติมข้อยกเว้น กรณีเปิดบัญชีหลักทรัพย์ไว้แล้วแต่ไม่ได้มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรือมีมูลค่าการซื้อขายที่ต่ำมาก
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอ ครม.ในการประชุมวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.นี้ เพื่อให้ทบทวนหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใหม่ดังกล่าว
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ซื้อรถยนต์ตั้งแต่ปี 2561 ต้องถือว่า เป็นผู้จดทะเบียนใหม่ ดังนั้น จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ที่ขายรถยนต์ โดยใช้วิธีโอนลอย กรมขนส่งทางบกมีข้อมูลว่ามีราว 12 %
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า ผู้ที่มาลงทะเบียนเพื่อขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 18.8 ล้านราย มีผู้ถือหุ้น และเป็นกรรมการในบริษัท รวม 1.2 แสนราย ในนิติบุคคล 1.39 แสนแห่ง หมายความว่า บางรายอาจเป็นกรรมการมากกว่า 1 นิติบุคคล ซึ่งมีหมื่นกว่ารายที่เป็นกรรมการมากกว่าหนึ่งนิติบุคคล และมี1 รายที่เป็นกรรมการในนิติบุคคลสูงสุด 126 แห่ง
เขากล่าวว่า การปรับปรุงเงื่อนไขของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยกเว้นให้กับผู้เป็นกรรมการหรือถือหุ้น ในบริษัทประชารักษ์สามัคคี ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม และกรณีวิสาหกิจชุมชนของกระทรวงเกษตร ที่ยกฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อดูแลกิจการในชุมชน ซึ่งทั้งสองกลุ่มกิจการดังกล่าวนี้มี ผู้ลงทะเบียนขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ราว 1.5 หมื่นคน
“เบื้องต้นคาดว่ามีผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นประมาณ 1.5 หมื่นราย ซึ่งกระทรวงการคลังจะประสานข้อมูลกับสำนักงานวิสาหกิจเพื่อสังคมและกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อยืนยันตัวเลขที่ชัดเจน และจะดำเนินการคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่กลุ่มนี้ต่อไป”
สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มยกเว้นแต่ถูกตัดสิทธิ์ พบว่า มีข้อเท็จจริงที่หลากหลาย โดยมีทั้งกลุ่มที่เป็น "คนไม่จนจริง" ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทมหาชนขนาดใหญ่และไม่ได้มายื่นอุทธรณ์ แต่ยังมีอีกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกนำชื่อไปใช้จดทะเบียน เช่น การให้ชื่อญาติพี่น้องนำไปจดทะเบียนนิติบุคคล การถูกหลอกหรือยินยอมรับเงินเพื่อแลกกับการมีชื่อเป็นกรรมการโดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจจริง
ในกรณีนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่า จะดูแลอย่างเต็มที่ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถไปแจ้งข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานให้ทางอำเภอเข้ามาช่วยดูแลประชาชนผ่านโครงการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับความสะดวกในการดำเนินการโดยไม่ต้องเดินทางไกล
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งพิจารณาหลักเกณฑ์และตรวจสอบเจตนาเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ที่มีรายได้น้อยและเดือดร้อนจริงๆ จะได้รับสิทธิ์สวัสดิการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
