"Geely" ผงาดแซง "BYD" ขึ้นแท่นเบอร์ 1

BYD (บีวายดี) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิลดลง ถึงร้อยละ 38 เหลือ 9,300 ล้านหยวน ขณะที่รายได้ ลดลงราวร้อยละ 14 อยู่ที่ 237,700 ล้านหยวน ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2025 ลดลงร้อยละ 19 เหลือ 32,600 ล้านหยวน นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่รายได้ทั้งปี เพิ่มขึ้นร้อย 3.5 อยู่ที่ประมาณ 804,000 ล้านหยวน แต่ถือเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
สำนักต่างประเทศรายงานว่า แม้บีวายดี จะมียอดขายทั่วโลกแซงหน้า Tesla (เทสลา) และขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่รายใหญ่ของโลกในปีที่ผ่านมา แต่บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายระลอกใหม่ เมื่อยอดขายในประเทศเริ่มชะลอตัว ขณะเดียวกัน ยังต้องทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นรายใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีอย่าง Xiaomi (เสียวหมี่) อีกด้วย
นอกจากนี้ ยอดขายในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 ที่ชะลอตัว ทำให้ บีวายดี ต้องสูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนให้กับคู่แข่งอย่าง Geely (จีลี่) อีกด้วย
สถานการณ์ดังกล่าว ผลักดันให้ บริษัทต้องหันไปพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งมีกำไรต่อคันสูงกว่า โดยในปี 2026 นี้ ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายรถยนต์นอกประเทศจีนเป็นจำนวน 1.3 ล้านคัน พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงงานในต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีและอุปสรรคทางการค้าต่าง ๆ
ยอดขายในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 (มกราคม และกุมภาพันธ์) เปรียบเทียบระหว่าง จีลี่ และ บีวายดี
เริ่มที่ Geely Automobile Holdings (จีลี่ ออโตโมบิล โฮลดิ้ง) มียอดขายรวม 2 เดือนอยู่ที่ 476,327 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และสามารถแซงหน้า บีวายดี ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ในตลาดจีนได้
ขณะที่ บีวายดี มียอดขาย 2 เดือนแรก จำนวนรวม 400,241 คัน ลดลงมากถึงร้อยละ 38.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ ยอดขายในจีนลดลงถึงร้อยละ 65 เหลือเพียง 89,590 คัน และนับเป็นการลดลงต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ปัจจัยหลักมาจากการทยอยลดมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการแข่งขันที่ทวีความรุ่นแรง
ซึ่งคุณ Wang Chuanfu ประธาน บีวายดี ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น ซึ่งประเมินถึงสถานการณ์การแข่งขันในตลาดจีน บอกว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่จะร้อนแรงถึงขั้นน็อกเอาต์ พร้อมกับยืนยันว่า บริษัทจะเร่งขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น
ด้านมุมมองจากนักวิเคราะห์เตือนว่า บีวายดี อาจเผชิญกับแรงกดดันต่อเนื่องตลอดปี 2026 นี้ จากการแข่งขันที่รุนแรงและความต้องการในประเทศซบเซาลง แม้ว่ายอดขายในตลาดต่างประเทศยังเติบโต จากก่อนหน้านี้ ที่บีวายดี ได้รับแรงหนุนจากรถยนต์ในตระกูล Dynasty และ Ocean ซึ่งเน้นราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ปัจจุบันต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น จากคู่แข่งอย่าง Leapmotor (ลีปมอเตอร์) และ Geely (จีลี่) ที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีจนสามารถไล่ทันได้
ด้าน Eugene Hsiao นักวิเคราะห์จาก Macquarie ระบุว่า การยกระดับเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันนอกเหนือจากเรื่องของราคา ขณะที่ยอดขายและการผลิตในต่างประเทศของบีวายดี ยังคงเป็นหัวใจสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในเดือนมีนาคม ยังไม่ประกาศออกมา แต่มีสัญญาณเบื้องต้นบ่งชี้ว่าทั้ง บีวายดี และผู้ผลิตรถยนตืไฟฟ้าจีนรายอื่น ๆ อาจได้รับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น หลังความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลจาก BloombergNEF ระบุว่า การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ในปีที่ผ่านมา ช่วยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันได้เทียบเท่าประมาณ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า การรักษากระแสความสนใจของผู้บริโภคต่อรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว จำเป็นต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสถานีชาร์จไฟฟ้าในปัจจุบัน
โดย Joanna Chen นักวิเคราะห์ จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า ความสามารถในการเข้าถึงราคา และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟ เป็นสองปัจจัยสำคัญที่สุดที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า
เธอกล่าวเสริมอีกว่า ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์โดยรวมอาจเริ่มใกล้เคียงกันมากขึ้น เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนอกประเทศจีน โดยทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีราคาสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
อย่างไรก็ดี ก่อนเกิดวิกฤตราคาน้ำมันเช่นปัจจุบัน แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชีย ก็เริ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้ว แม้บางประเทศอย่าง ญี่ปุ่น จะยังมีอัตราการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่ช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ขณะที่ จีน ซึ่งถือเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มีสัดส่วนรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดแล้ว โดยส่วนหนึ่งมาจากนโยบายสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ทั้งในด้านเงินอุดหนุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟ และมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกภายในประเทศ เพื่อผลักดันให้จีนก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ของโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
