รีเซต

สปป.ลาว ดัน “ลาบ” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก สะเทือนซอฟต์พาวเวอร์ไทย

สปป.ลาว ดัน “ลาบ” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก สะเทือนซอฟต์พาวเวอร์ไทย
TNN ช่อง16
28 กุมภาพันธ์ 2569 ( 23:25 )

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมีข่าวออกมาว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้เสนอ “ลาบ” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage – ICH) ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) 

เรื่องนี้มีการกล่าวถึงในโซเชียลกันมากถึงขนาดที่ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย” ออกมายืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และมีข้อมูลจริงในเว็บไซต์ของยูเนสโก โดยรายการ “ลาบ” ของประเทศลาว มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณา เพื่อขึ้นทะเบียนในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ “ในช่วงปลายปี 2569” เช่นเดียวกับรายการชุดไทย ของประเทศไทย

ตามอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 สนับสนุนให้ประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ สามารถเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่อยู่ในอาณาเขตของตนต่อยูเนสโกได้ แม้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนั้น จะมีปรากฏอยู่ในอาณาเขตของประเทศอื่นเช่นเดียวกันก็ตาม โดยการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ไม่ใช่การจดลิขสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของ

หากผ่านการรับรอง “ลาบลาว” จะได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้และการคุ้มครอง ไม่ใช่การมอบสิทธิทางการค้า

ที่ผ่านมา สปป.ลาวเคยได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วหลายรายการ ได้แก่

เสียงแคนลาว (ปี 2560) ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ดนตรีพื้นบ้านลาว และบทบาทของเครื่องดนตรีแคนในพิธีกรรมและวิถีชีวิต

ลายนาคในผ้าทอ (ปี 2566) แสดงถึงภูมิปัญญาหัตถกรรมดั้งเดิมที่เชื่อมโยงความเชื่อและสัญลักษณ์ทางศาสนา

ฟ้อนลำวงลาว (ปี 2567) ศิลปะการแสดงที่เชื่อมโยงกับงานบุญ งานเทศกาล และความสัมพันธ์ของชุมชน

การเสนอลาบเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สะท้อนความพยายามของ สปป.ลาว ในการยกระดับอาหารพื้นถิ่นให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับสากล ภายใต้แนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร ที่มุ่งสร้างการรับรู้และคุณค่าทางวัฒนธรรมควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก อาหารไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภค แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ ความเชื่อ พิธีกรรม และความสัมพันธ์ในสังคม การได้รับการขึ้นทะเบียนอาจช่วยเพิ่มความสนใจจากนักท่องเที่ยว นักวิชาการ และผู้บริโภคต่างชาติ

 ประเด็นที่ สปป.ลาว เสนอ “ลาบ” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ถูกตั้งคำถามในไทยว่าควรกังวลเพียงใด 

เรื่องนี้สามารถพิจารณาได้ 3 มิติหลัก 

1. กฎหมาย การขึ้นทะเบียนของยูเนสโกเป็นการรับรองคุณค่าทางวัฒนธรรม “ไม่ใช่การจดสิทธิบัตร และไม่ใช่การให้สิทธิผูกขาดชื่ออาหาร” ประเทศอื่นยังสามารถผลิต จำหน่าย หรือใช้ชื่อ “ลาบ” ได้ตามปกติ ไม่มีผลทางกฎหมายเชิงทรัพย์สินทางปัญญา และไม่กระทบสิทธิของผู้ประกอบการไทย

2. เศรษฐกิจ ในเชิงการค้า ร้านอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศยังสามารถจำหน่ายเมนูลาบได้ตามปกติ การขึ้นทะเบียนของลาวไม่ทำให้ไทยสูญเสียรายได้โดยตรง เพราะไม่ได้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้า แต่มีผลทางอ้อมในเชิงการตลาด อาจทำให้เกิดภาพจำของผู้บริโภคต่างชาติว่า “ลาบ” เชื่อมโยงกับลาวมากกว่าไทย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องการแข่งขันด้านการสื่อสาร การสร้างแบรนด์ประเทศมากกว่าประเด็นทางการค้าโดยตรง

3. ซอฟต์พาวเวอร์ ถือประเด็นที่ควรจับตา เรื่องนี้เป็นภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ หากยูเนสโกขึ้นทะเบียนสำเร็จ ลาบอาจถูกเชื่อมโยงกับลาวในเวทีโลกมากขึ้น ส่งผลต่อการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ และอัตลักษณ์อาหารในภูมิภาค แม้ไทยจะไม่จำเป็นต้องกังวลในมิติทางกฎหมายและการค้า แต่ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารไทยในเวทีสากล เพื่อรักษาความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารของประเทศในระยะยาว

ถ้าไปเปรียบเทียบซอฟต์พาวเวอร์อาหารของ 2 ประเทศ พบว่า 

“สปป.ลาว มี ลาบ  ตำหมากหุ่ง  ข้าวเหนียว” เป็นตัวแทนอาหาร ที่สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และมีบทบาทในพิธีกรรมและวิถีชีวิตประจำวัน

“ลาบ” เป็นอาหารสำคัญในงานบุญ งานมงคล และพิธีกรรม สื่อถึงความสามัคคีของชุมชน

“ตำหมากหุ่ง” เป็นอาหารยอดนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

“ข้าวเหนียว” เป็นหัวใจของวัฒนธรรมการกินลาว ข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักของลาว

จุดแข็งของซอฟต์พาวเวอร์ลาวอยู่ที่ความเป็นต้นทางทางวัฒนธรรม และการผลักดันผ่านเวทีระหว่างประเทศ เช่น การเสนอขึ้นทะเบียนยูเนสโก เพื่อเพิ่มการรับรู้ระดับโลก แม้มูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมอาหารยังไม่สูงเท่าไทย แต่ถ้าขึ้นทะเบียนลาบสำเร็จ สามารถช่วยหนุนการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศได้เพิ่มขึ้น

 “ส่วนไทย อาหารไทยเป็นหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่ง มีการผลักดันเชิงนโยบายนี้มาต่อเนื่องหลายปี และไทยมีเมนูอาหารเป็นซอฟต์พาวเวอร์หลายเมนู เช่น ผัดไทย  ต้มยำกุ้ง  แกงเขียวหวาน  ส้มตำ  ข้าวเหนียวมะม่วง”

“ผัดไทยไทย” เป็นสัญลักษณ์อาหารไทยในต่างประเทศ และมีจำหน่ายทั่วโลก

“ต้มยำกุ้ง” มีภาพจำด้านรสจัดจ้านและเป็นเมนูที่ถูกพูดถึงในเวทีสากล

“แกงเขียวหวาน” สะท้อนความซับซ้อนของเครื่องแกงไทย

“ส้มตำ “เป็นเมนูยอดนิยมระดับนานาชาติ

“ข้าวเหนียวมะม่วง” เป็นเมนูกลายเป็นไวรัลระดับโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเริ่มได้รับความนิยมจากต่างชาติเพิ่มขึ้น

ไทยมีจุดแข็งซอฟต์พาวเวอร์อาหาร ในเรื่องเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่มีหลายหมื่นแห่งทั่วโลก การส่งออกวัตถุดิบและอาหารแปรรูป รวมถึงการจัดอันดับอาหารโลก ที่มักมีเมนูไทยติดอันดับสม่ำเสมอ ส่งผลให้อาหารไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมในระดับสูงกว่าลาวอย่างชัดเจน

ถ้าเปรียบเทียบการแข่งขันของ  2 ประเทศ สปป.ลาวเน้นการสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ดั้งเดิม ส่วนไทยมีความได้เปรียบด้านขนาดเศรษฐกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรมอาหาร และเครือข่ายร้านอาหารทั่วโลก

การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ “เมนูใครอร่อยกว่า” แต่เป็นการแข่งขันด้านการเล่าเรื่อง การสร้างภาพจำ และการต่อยอดอาหารให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจในเวทีโลก

พาไปดูข้อมูลจาก Global Soft Power Index ชี้ให้เห็นว่า “อาหารไทย” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก

“ในปี 2568 ไทยมีอันดับซอฟต์พาวเวอร์ อยู่ที่อันดับ 39 ของโลก และอันดับ 6 ของโลก ในหมวดอาหาร” ซึ่งอันดับดังกล่าวสะท้อนว่า อาหารไทยยังคงได้รับการยอมรับในระดับสูง ทั้งด้านรสชาติ ความหลากหลาย และอิทธิพลในตลาดต่างประเทศ โดยหมวดอาหารถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของไทย เมื่อเทียบกับองค์ประกอบด้านอื่น ๆ ของซอฟต์พาวเวอร์ เช่น การศึกษา เทคโนโลยี หรือการเมือง

ส่วนใน 2569 ไทยมีอันดับซอฟต์พาวเวอร์ดีขึ้น อยู่ที่อันดับ 38 ของโลก แต่หมวดอาหารหล่นไปที่อันดับ 7 ของโลก” โดยอันดับซอฟต์พาวเวอร์ในภาพรวมของไทยดีขึ้น 1 อันดับ แสดงถึงการรับรู้เชิงบวกต่อภาพลักษณ์ประเทศที่ขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่อันดับหมวดอาหารลดลง 1 อันดับ สะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศอื่น ๆ ที่ผลักดันอาหารของตนอย่างจริงจัง

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้เห็นว่า แม้อันดับหมวดอาหารของไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ไทยยังอยู่ในกลุ่มผู้นำ ด้านซอฟต์พาวเวอร์อาหารของโลก จุดแข็งสำคัญมาจากเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศจำนวนมาก / เมนูอาหารไทยที่มีการรับรู้ระดับสากล เช่น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง ส้มตำ /การส่งออกวัตถุดิบและอาหารแปรรูป และการสนับสนุนเชิงนโยบายของรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อาหารไทยยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของซอฟต์พาวเวอร์ไทย และเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญผลักดันการส่งออกไทย สร้างรายได้เข้าไทยได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงก็ตาม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง