รีเซต

ยอดขาย "EV "ทั่วโลกพุ่งต่อเนื่องหลังสงคราม

ยอดขาย "EV "ทั่วโลกพุ่งต่อเนื่องหลังสงคราม
TNN ช่อง16
14 พฤษภาคม 2569 ( 10:36 )

ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา “เบนช์มาร์ก มิเนอรัล อินเทลลิเจนซ์” (BMI) ระบุว่า ความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นและผู้บริโภคหันมาสนใจรถ EV เพิ่มขึ้นแทนรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน

โดยยอดจดทะเบียนรถ EV ใหม่ทั่วโลก ซึ่งสะท้อนยอดขาย ทั้งรถที่ใช้แบตเตอรี่และรถไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก เดือนเมษายน อยู่ที่ 1.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้จะลดลงร้อยละ 9 จากเดือนมีนาคมที่ยอดจดทะเบียน EV เพิ่มขึ้นทำสถิติ

ความต้องการซื้อ EV ยังคงเพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากนโยบายส่งเสริม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตสินค้าจากจีน (OEM) ขณะที่รัฐบาลต่าง ๆ ใช้มาตรการจำกัดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหลังสงครามในตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก

ในยุโรป ยอดจดทะเบียนรถ EV ใหม่ในเดือนเมษายน อยู่ที่ราว 400,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area-EEA) และสวิตเซอร์แลนด์ ให้คำมั่นลงทุนเกือบ 2 แสนล้านยูโร ในระบบนิเวศ EV

แต่ภาพรวมตลาด EV ยังมีความแตกต่างกันทั่วโลก ในกรณีของจีน ยอดจดทะเบียนรถใหม่อยู่ที่เกือบ 850,000 คัน ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากมาตรการสนับสนุนให้นำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่ รวมถึงมาตรการระงับภาษีรถ EV หมดอายุ อย่างไรก็ตาม ค่ายรถจีนเน้นขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยส่งออกรถ EV กว่า 400,000 คันในเดือนเมษายน

ส่วนตลาดอเมริกาเหนือ ยอดจดทะเบียนรถ EV เดือนเมษายน อยู่ที่ 120,000 คัน ลดลงร้อยละ 28 หลังมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาลหมดอายุลง และรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาสนับสนุนรถน้ำมัน ขณะที่ตลาดเม็กซิโกเติบโตอย่างโดดเด่น ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง