อุตุฯ โลกเตือน "ซูเปอร์เอลนีโญ" ทำโลกเสี่ยงอากาศแปรปรวนสุดขั้ว

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ คาดการณ์ในภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหลักที่ดันให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นอีก ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว ส่งผลกระทบในหลายประเทศ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกอธิบายว่า เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตอนตะวันออกอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ โดยทั่วไปจะกินเวลานานประมาณ 9-12 เดือน ซึ่งในรอบนี้ มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ กำลังเป็นตัวเร่งให้เอลนีโญก่อตัวอย่างรวดเร็ว
คาดว่าจะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยในพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วโลกสูงกว่าเกณฑ์ปกติไปจนถึงเดือนสิงหาคม และมีแนวโน้มจะลากยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่เอลนีโญระลอกนี้อาจจะยกระดับกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตามวิกฤตสภาพอากาศในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันไป โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา พื้นที่บางส่วนของ "จะงอยแอฟริกา" (Horn of Africa) และเอเชียกลาง ในทางกลับกัน ประชาชนในออสเตรเลีย อเมริกากลาง อินโดนีเซีย รวมถึงพื้นที่บางส่วนของเอเชียใต้จะต้องเผชิญกับภัยแล้งอย่างหนัก นอกจากนี้ เอลนีโญยังอาจกระตุ้นให้เกิดพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกได้ง่ายขึ้นด้วย
เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นความร้อนทั้งบนบกและในมหาสมุทร โดยช่วงเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคมนี้ พื้นที่ทั้งหมดของโลกจะมีอุณหภูมิ “สูงกว่าปกติ” เพราะมันจะเข้าไปซ้ำเติมให้ปัญหาภัยแล้งและฝนตกหนักรุนแรงยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นความร้อน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความเสียหายในอดีตเคยทำให้ปี 2566 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุด มีอุณหภูมิสูงกว่ายุคก่อนถึง 1.55 องศาเซลเซียส การออกมาเตือนเพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
