รีเซต

อเมริกาผู้คิดค้น GPS เปิดตัว PINPOINT โครงการพัฒนาระบบนำทางใหม่ หลัง GPS อาจเป็นภัยต่ออเมริกาเสียเอง

อเมริกาผู้คิดค้น GPS เปิดตัว PINPOINT โครงการพัฒนาระบบนำทางใหม่ หลัง GPS อาจเป็นภัยต่ออเมริกาเสียเอง
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 15:18 )
4

สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DARPA) ประกาศโครงการพัฒนาพัฒนาระบบเซนเซอร์นำทางด้วยความเฉื่อย (Inertial Sensor) รูปแบบใหม่ที่ชื่อว่า พินพอยต์ (PINPOINT) เพื่อหวังทดแทนระบบการนำทางด้วยดาวเทียมอย่าง GPS ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบนำทางหลักของโลกที่สหรัฐฯ วางเอาไว้ว่าใครก็สามารถใช้ได้ ไม่เว้นแม้แต่จีน รัสเซีย และอิหร่านในปัจจุบัน


ภัยคุกคามของอเมริกา คือ GPS ที่อเมริกาคิดค้นขึ้นมากับมือ

GPS (Global Positioning System) เป็นระบบระบุตำแหน่งและการนำทางด้วยการใช้โครงข่ายดาวเทียมที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในขณะนั้นเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาในปี 1973 ทำให้ผู้ใช้ระบบสามารถรับรู้ตำแหน่งเทียบกับพื้นที่ภูมิศาสตร์บนโลกได้ด้วยความคลาดเคลื่อนในระดับไม่กี่เมตรหรือน้อยกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม ระบบ GPS ปัจจุบันแม้จะรับผิดชอบและดูแลโดยกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) แต่ก็เปิดให้ใช้งานได้ทั่วโลกโดยอิสระ ซึ่งก็รวมถึงการใช้งานในเชิงพาณิชย์ และทางการทหาร ทั้งจากประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ หรือแม้แต่ จีน รัสเซีย อิหร่าน และชาติอื่น ๆ ที่มีจุดยืนทางการเมืองแตกต่างจากสหรัฐอเมริกา 

และเมื่อสหรัฐฯ มองในแง่ความมั่นคงทางเทคโนโลยี คู่แข่งอย่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน ล้วนมีขีดความสามารถในการแทรกแซงระบบ GPS ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนสัญญาณ (Jamming) หรือการปลอมแปลงพิกัด (Spoofing) ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุด อาจทำให้ระบบอาวุธและยานพาหนะของสหรัฐฯ กลายเป็นอัมพาตได้

IMU ระบบสำรอง GPS ที่อาจจะยังไม่แม่นพอ

ในขณะที่ระบบนำทางทางทหารที่สามารถรับมือการรบกวนหรือปลอมแปลงสัญญาณ GPS ของสหรัฐฯ ได้ในปัจจุบันจะเรียกว่า IMU (Inertial Measurement Unit) ซึ่งเป็นการวัดความเร่งและการหมุนโดยใช้ไจโรสโคป (Gyroscope) และเซนเซอร์ต่าง ๆ สำหรับวัดความเร่ง (Accerelation) ทำให้สามารถประมาณตำแหน่งปัจจุบันได้โดยอิงจากจุดเริ่มต้นและทิศทางการเคลื่อนที่ตั้งแต่เริ่มต้น

แต่ระบบ IMU เป็นระบบประมาณค่าพิกัดที่เมื่อใช้งานต่อเนื่อง ค่าความคลาดเคลื่อนจะยิ่งสะสมมากขึ้นตามระยะเวลาตามข้อจำกัดความแม่นยำของเซนเซอร์ภายในระบบ และถ้าหากต้องการแก้ค่าความคลาดเคลื่อน ก็ต้องเพิ่มพื้นที่ติดตั้งเซนเซอร์ขนาดใหญ่ เช่น ไจโรสโคปแบบไฟเบอร์ออปติก หรือเลเซอร์วงแหวน 

ซึ่งนอกจากขนาดแล้ว การติดตั้งเซนเซอร์เหล่านี้ยังกินพลังงานสูงและมีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับการใช้ระบบ GPS ที่สวนทางกับรูปแบบการโจมตีในปัจจุบันที่เน้นไปที่โดรนหรือระบบอาวุธไร้คนขับซึ่งต้องมีความแม่นยำ ขนาดเล็กคล่องตัว แต่ต้นทุนต่ำ

PINPOINT หมุดหมายใหม่ทดแทน GPS

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานวิทยาศาสตร์การป้องกันประเทศ (Defense Sciences Office) ของสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DARPA) จึงเปิดตัวการพัฒนาโครงการ PINPOINT หรือ Precision Inertial Navigation and Positioning On an Integrated Tesseract เพื่อทดแทนระบบ IMU และมีความสามารถในการนำทางรวมถึงระบุตำแหน่งเทียบเท่า GPS ได้

แม้ว่าจะยังไม่มีข้อหนดทางเทคนิคอย่างชัดเจน แต่เป้าหมายหลักทางวิศวกรรมของ PINPOINT คือการสร้าง "แนวทางที่ปฏิวัติวงการ" (Revolutionary approach) สำหรับระบบนำทางด้วยความเฉื่อย (Inertial navigation) ขึ้นมา

โดยระบบเซนเซอร์รุ่นใหม่นี้จะต้องมีความสามารถในการรักษาตำแหน่งและระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำให้กับแพลตฟอร์มทางทหารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและเสถียร แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สัญญาณ GPS ถูกตัดขาดหรือถูกรบกวนอย่างหนักก็ตาม รวมถึงต้องมีต้นทุนระบบที่ไม่สูงอีกด้วย

แผนการพัฒนา PINPOINT

ล่าสุด DARPA เตรียมที่จะเปิดเผยเอกสารข้อกำหนดทางเทคนิคและตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (Performance metrics) อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ออกประกาศแจ้งเตือนพิเศษ (Special notice) ไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญส่งข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

และถ้าหากโครงการ PINPOINT ประสบความสำเร็จ DARPA เชื่อว่าระบบใหม่จะกลายเป็นการก้าวข้ามระบบ GPS ที่ผูกมัดกองทัพสหรัฐฯ ไว้กับระบบดาวเทียมมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไร้รอยต่อให้กับยุทโธปกรณ์ทุกรูปแบบ ให้สามารถปฏิบัติการโจมตีหรือเคลื่อนพลได้อย่างแม่นยำในทุกพื้นที่ทั่วโลกแบบไม่ต้องพึ่งพาโครงข่าย GPS อีกต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง