รีเซต

"เยน" พลิกแข็งค่าแรง หลังแทรกแซงค่าเงิน ดอกเบี้ยต่ำ ระยะยาวยังอ่อนค่า

"เยน" พลิกแข็งค่าแรง หลังแทรกแซงค่าเงิน ดอกเบี้ยต่ำ ระยะยาวยังอ่อนค่า
TNN ช่อง16
3 สิงหาคม 2569 ( 12:31 )
11

เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสัญญาณที่ทำให้นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม เพื่อพยุงค่าเงินเยนหลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าได้ดำเนินการแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 155.20 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากก่อนหน้านี้ค่าเงินเยนอ่อนค่าจนเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี เนื่องจากญี่ปุ่นยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อดุลการค้าของประเทศ

ด้านซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น กล่าวว่า ยังไม่มีความเห็น ว่าทางการได้เข้ามาแทรกแซงตลาดอีกครั้งในวันจันทร์หรือไม่ ขณะที่ความเห็นจากนักวิเคราะห์หลายสำนักออกมาในหลายทิศทาง

โดยนักกลยุทธ์ตลาดเงินเอเชียและอัตราดอกเบี้ย ตลาดเกิดใหม่ ธนาคาร BNP Paribas ในสิงคโปร์ วิเคราะห์ว่า อาจจะบอกได้ยากว่าญี่ปุ่นจะร่วมกันแทรกแซงตลาดค่าเงินเป็นในวันนี้หรือไม่ แต่ตลาดกำลังให้น้ำหนักต่อถ้อยแถลงจากฝั่งสหรัฐฯที่จะเข้าช่วยเหลือในการแทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้นักลงทุนที่ถือสถานะซื้อดอลลาร์/ขายเยนจำนวนมากเริ่มปิดสถานะตั้งแต่ช่วงเช้า

แต่ถึงแม้ว่าการแทรกแซงค่าเงินเยนจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่โดยรวมแล้วค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยนยังคงปรับขึ้นมาโดยตลอด แสดงให้เห็นว่าตลาดไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแทรกแซงมากนัก และหากจะทำให้แนวโน้มของค่าเงินเยนเปลี่ยนทิศทางจริง ๆ ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างจริงจัง

ขณะที่ที่ปรึกษาบริหาร SBI FX Trade ประเทศญี่ปุ่น มองว่า การที่ดอลลาร์ร่วงลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับเยน มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากการแทรกแซงเพิ่มเติม เนื่องจากในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ล่าสุด ทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการแทรกแซงต่อไปหากจำเป็น นอกจากนี้ การผลักดันให้เงินเยนกลับมาแข็งค่ากลายเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงราบรื่นต่อไป

และถึงแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการใช้ Foreign and International Monetary Authorities Repo Facility (FIMA Repo Facility) หรือกลไกธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตร (Repo) ระยะสั้นของธนาคารกลาง ที่เปิดให้ธนาคารกลางต่างชาติและองค์การการเงินระหว่างประเทศสามารถนำพันธบัตรรัฐบาลที่ถืออยู่มาวางเป็นหลักประกันเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ แต่หากมีการใช้จริง ก็จะสามารถสนับสนุนการแทรกแซงขนาดใหญ่ได้ต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหา

ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส NLI Research Institute วิเคราะห์ว่าปัจจัยพื้นฐานที่กดดันให้มีการขายเงินเยนยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดังนั้นการแข็งค่าของเยนอาจะไม่ดำเนินต่อไปเพียงเพราะกาแทรกแซงเท่านั้น ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินสำหรับนโยบายต่าง ๆ เช่น การลดภาษีการบริโภค แรงกดดันต่อเงินเยน และแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะยังคงมีอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี และหากในอนาคตค่าเงินเยนยังอ่อนค่าต่อ แม้ว่าความเสี่ยงด้านดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะลดลง สหรัฐฯ อาจเริ่มลดระดับความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการแทรกแซง

ทางฝั่งของนักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส StoneX มองว่ามีโอกาสสูงที่เงินเยนได้ผ่านจุดอ่อนค่าที่สุดของปีนี้ไปแล้ว เพราะการแทรกแซงร่วมระหว่างสหรัฐฯและญี่ปุ่น มีน้ำหนักมากในตลาดการเงิน เพราะเป็นคำที่ไม่ค่อยถูกใช้ และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นก็บ่งชี้ว่าทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯและญี่ปุ่นกำลังใช้จังหวะหลังการประชุม FOMC เพื่อสนับสนุนโมเมนตัมของตลาดเงิน ซึ่งครั้งนี้นักลงทุนเลือกที่จะอยู่ฝั่งเดียวกับธนาคารกลางญี่ปุ่น

ส่วนหัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน Saxo สิงคโปร์ ให้ความเห็นว่าการแทรกแซงร่วมทำให้ต้นทุนของการเก็งกำไรฝั่งขายเงินเยนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงทำให้นักเก็งกำไรที่ถือสถานะผิดทางได้รับผลกระทบ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีการแทรกแซงซ้ำ จึงทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นในการกลับมาเปิดสถานะขายเยน แต่อย่างไรก็ตามการแทรกแซงสามารถเปลี่ยนจิตวิทยาของตลาดได้เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐาน หากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังไม่แคบลง หรือความเชื่อมั่นต่อฐานะการคลังของญี่ปุ่นยังไม่ดีขึ้น เงินเยนอาจกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้งเมื่อ การแทรกแซงหมดไป

ด้านหัวหน้านักกลยุทธ์เอเชีย Indosuez Wealth Management ระบุว่า การกำหนดทิศทางค่าเงินยังอาจจะทำได้ยาก จนกว่าทางการจะประกาศอย่างเป็นทางการ และสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงของตลาด เพราะเงินเยนเป็นสกุลเงินที่ถูกใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกรรมทั่วโลก

เนื่องจากความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง หากตลาดไม่เชื่อถือ การแทรกแซงก็อาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้ สิ่งสำคัญที่ BOJ ต้องให้ความสำคัญ คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือของตนเองด้วยการร่วมมือกับธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

ขณะเดียวกันหัวหน้านักกลยุทธ์ตลาด ATFX Global ตั้งข้อสังเกตว่า ญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งสะท้อนจากเม็ดเงินมหาศาลที่ใช้และการร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้ผลของการแทรกแซงยั่งยืน ก็จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพราะเมื่อใดที่ตลาดเชื่อว่าการแทรกแซงสิ้นสุดลง นักลงทุนก็จะกลับมาทดสอบทิศทางค่าเงินอีกครั้ง และในระยะสั้น เราจะเห็นความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการของทางการญี่ปุ่น ซึ่งในทางหนึ่งก็ขัดแย้งกับเป้าหมายที่ต้องการสร้างเสถียรภาพของตลาด

ส่วนนักกลยุทธ์ Kansai Mirai Bank ระบุว่า ทางการญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยน โมเมนตัมของเงินเยนอาจดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกันยายนหรือตุลาคม หากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย พร้อมสรุปว่าการแทรกแซงตลาดกำลังดำเนินควบคู่ไปกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง